ภาพประกอบ

(ภาพ : พิธีวางศิลาฤกษ์มหาวิทยาลัย)


วิดีโอ

(ศาสตราจารย์ ดร.กฤษณา ชุติมา)




 
ชื่อบุคคล : 

 
ศาสตราจารย์ ดร.กฤษณา ชุติมา
ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน : 4 ปี 
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : ที่ปรึกษาทางวิชาการ
 

       - พ.ศ. 2482 จบชั้นประถมที่โรงเรียนซานตาครูสคอนแวนต์

       - พ.ศ. 2486 จบชั้นมัธยมที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

       - พ.ศ. 2491 จบปริญญาวิทยาศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สาขาเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

       - จบปริญญาโท สาขาเคมี ที่ University of California เบอร์กเลย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

       - พ.ศ. 2496 จบปริญญาโท ทาง Science ที่ University of California

       - พ.ศ. 2505 จบปริญญาเอก ทาง Agricultural Biochemistry ที่ Purdue University ประเทศสหรัฐ

       อเมริกา


       - พ.ศ. 2496 รับราชการเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

       - พ.ศ. 2521ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณบดี คณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

       - พ.ศ. 2523 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

       - พ.ศ. 2529 รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

       - พ.ศ. 2530 เกษียณอายุราชการ

       - เป็นกรรมการที่ปรึกษาวิชาการร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยสุรนารี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์


          เดิมทีเดียวเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ก็ช่วยเรื่อยมาจน กระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๓๖ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารีก็เปิดการดำเนินการเรียนการสอนที่จังหวัดนครราชสีมา คราวนี้ก็เห็นว่าเสร็จภารกิจแล้ว ก็ไปกล่าวคำอำลากับท่าน ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ท่านก็บอกว่า อาจารย์ยังไปไหนไม่ได้หรอก ต้องมาช่วยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก่อน เพราะฉะนั้นเลยมาช่วยมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ ก็ตั้งแต่กลางปี พ.ศ. ๒๕๓๖ แต่อันที่จริงก็ไปช่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อน เพราะว่าตอนแรกเริ่มทั้ง มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี ทั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อยู่ที่ทบวงมหาวิทยาลัย ห้องที่ใช้เป็นหน่วย ประสาน งานตอนแรก ๆ ก็อยู่ติด ๆ กันคราวนี้ทาง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยังไม่มีใคร มีคนอยู่ ๒ ถึง ๓ คน เท่านั้น บางอย่างก็ไปช่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ปรึกษาหารืออะไรกัน แต่ว่ามาเป็นทางการก็กลางปี พ.ศ. ๒๕๓๖ และ ก็ทำเรื่อยมา จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๐ จนกระทั่งมหาวิทยาลัยได้เปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบไปอยู่ที่ จังหวัด นครศรีธรรมราช  

            ความคาดหวังนั้นก่อนหน้านั้นเคยไปเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช ๒ ถึง ๓ ครั้ง ไปเที่ยวในฐานะนัก ท่องเที่ยว ชมบ้านชมเมือง ก่อนทำงานให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ แล้วก็นึกในใจว่าเมืองนี้น่าจะเป็นเมือง ที่เหมาะกับการศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะตั้งอยู่ห่างไกลจาก ความวุ่นวายทางธุรกิจ อยู่เงียบ ๆ แล้วมี วัฒนธรรมเก่าแก่ รู้สึกดีใจที่รู้ว่าจะมีมหาวิทยาลัยที่เมืองนี้และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ชื่อมหาวิทยาลัย ที่เป็นสร้อยพระนามของทูลกระหม่อมด้วย รู้สึกดีใจมาก ก็คาดหวังอยากจะให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็น สถานศึกษาชั้นสูงที่สำคัญ เป็นสถานที่เรียนของลูกหลานชาวภาคใต้ตอนบน มีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อย่างเดียวไม่พอ เพราะประชากรในภาคใต้มีจำนวนมาก แล้วการศึกษา เป็นสิ่งสำคัญในการที่จะทำให้ ประชาชนมีคุณภาพ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องการมหาวิทยาลัยที่ดี ๆ ก็อยากจะให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ แข็งแรง ทางด้านวิชาการ แล้วก็มีความเป็นเลิศในวิชาการสาขาต่าง ๆ เพราะว่ามหาวิทยาลัยในกำกับของ รัฐบาลน่าจะสามารถทำได้ในเรื่องความเป็น เลิศทางด้านวิชาการ และบัณฑิตที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ส่วนใหญ่จะเป็นอนาคตของภาคใต้ จะได้ออกไปพัฒนาทั้ง ๑๔ จังหวัดให้มีความเจริญรุ่งเรือง            และฝากข้อคิดก็คือคิดว่าถ้าทุกคนตั้งใจทำงาน คือทำตามหน้าที่ อาจารย์ก็มีหน้าที่สอน แล้วก็ไขว่คว้า หาความรู้เพื่อจะนำความรู้นั้นมา สอนให้กับนักศึกษา ตั ้งใจทำงานเต็มที่ให้ดีที่สุด ส่วนพนักงานก็ทำหน้าที่เต็ม ที่คิดว่าจะทำให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เจริญก้าวหน้ามากทีเดียว และจะเป็นมหาวิทยาลัยสำคัญในภาคใต้ด้วย ฝากไว้ให้ช่วยกันทำงาน

         หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในช่วงต้นคือ เป็นที่ปรึกษาทางวิชาการ คือให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับการ เตรียมงานในขั้นเริ่มต้น ตอนเริ่มต้นทีเดียวก็จะต้องวางแผนดำเนิน การเกี่ยวกับการเรียนการสอนเตรียมทุกๆ อย่างเพื่อที่จะเปิดดำเนินการให้ได้ อันนี้ยังไม่พูดถึงงานด้านบริหารในระยะเริ่มต้นเพราะส่วนใหญ่ จะช่วยใน ด้านการเตรียมด้านการจัดทำหลักสูตรว่าจะเปิดสอนศาสตร์แขนงใดบ้าง แล้วก็ต้องเตรียมว่าจะสอนพื้นฐาน ของสาขานั้น ๆ อย่างไร บ้าง คือมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไม่เหมือนกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพราะ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยทั่วไป มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารีเป็นมหาวิทยาลัยด้าน เทคโนโลยี เพราะฉะนั้นจะมีความแตกต่างบ้างในเรื่องของการทำการสอนด้านหลักสูตรระหว่างมหาวิทยาลัย เทคโนโยลีสุรนารีกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็ไม่เหมือนกันทีเดียวนัก เพราะว่าแนวทางคนละแนวทาง แต่ วิชาพื้นฐานก็ใกล้เคียงกัน ส่วนอีกด้านก็คือด้านการก่อสร้างในระยะเริ่มต้น ถ้าถามถึงว่าในระยะเริ่มต้นนั้น ทำอะไรกันบ้าง ต้องวางแผนทุก ๆ อย่าง นอกจากการเรียน การสอนแล้ว ยังจะต้องพิจารณาถึงระเบียบ กฎเกณฑ์ด้านการศึกษา จะต้องศึกษาเพื่อเตรียมงานหลายด้านด้วยกัน แล้วก็ยังมีเตรียมการก่อ สร้างอีก ในการเตรียมการก่อสร้างก็ดำเนินการควบคู่กันไปกับการเตรียมการเรื่องวิชาการหรือหลักสูตรการสอน อาคารที่ใช้ในการเรียน การสอนก็จะต้องสอดคล้องกับวิชาการที่เราจะสอน แล้วยังจะต้องมีการบริการเสริม การสอน เช่น อาคารที่จะต้องเตรียมจะมีศูนย์บรรณสาร และสื่อการศึกษาหรือหอสมุดกลาง ศูนย์คอมพิวเตอร์ จะต้องเตรียมสิ่งเหล่านี้และคิดวางแผนทั้งหมด

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

      - พ.ศ. 2527 เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 3

      - พ.ศ. 2542 มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก