ภาพประกอบ

(ภาพ : วันสถาปนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์)


(ภาพ : ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้านเยี่ยมชาวบ้านในชุมชน)


(ภาพ : ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้านตรวจการก่อสร้างอาคาร)


(ภาพ : ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้านสำรวจพื้นที่ตั้ง)


(ภาพ : ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้านร่วมปลูกต้นไม้)


เอกสารประกอบ

(ประกาศการจัดตั้งมหาวิทยาลัย)


(การจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมรารช)


วิดีโอ

(ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน)




 
ชื่อบุคคล : 

 
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน : 6 ปี 4 เดือน 
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ,อดีตรักษาการแทนอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ,ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
 

      -  โรงเรียนวัดท่าสะอ้าน จ.ฉะเชิงเทรา

      - โรงเรียนประกอบราษฎร์บำรุง จ.ฉะเชิงเทรา

      - โรงเรียนประชาบาลวัดกลางบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

      - โรงเรียนบางปะกงบวรวิทยายน จ.ฉะเชิงเทรา

      - มัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

      - อักษรศาสตรบัณฑิต (อ.บ.)สาขาภาษาศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

      - ครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ)สาขามัธยมศึกษา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

      - ปริญญาโทและเอกทางด้านการบริหารการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา  สหรัฐอเมริกา โดยทุนฟุลไบรท์

      - วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.รุ่นที่ 19) ปริญญากิตติมศักดิ์

      - ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. ๒๕๒๔

      - ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น - Doctor of the University (ดุษฎีบัณฑิต      

        กิตติมศักดิ์   สาขา DISTANCE EDUCATION) THE OPEN UNIVERSITY ประเทศอังกฤษ

      -  Doctor of Letters, Andhra Pradesh Open University ประเทศอินเดีย

       - ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เทคโนโลยีสังคม) มหาวิทยาลัยเกริ พ.ศ. ๒๕๓๘

       - ประกาศนียบัตรกิตติมศักดิ์ด้านการพัฒนาประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๔๑

       - วิทยาการสารสนเทศดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ.๒๕๔๔

       - ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การศึกษาทางไกล) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๔๕       

       - ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การจัดการความรู้) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. ๒๕๔๗  

        - Honorary Degree of Doctor of Science, the Open University of  Hong Kong พ.ศ. ๒๕๔๘


         

        - ๒๕๗๔ อาจารย์โท หัวหน้าแผนกธุรการ สำนักงานเลขานุการคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

        - ๒๕๑๔-๒๕๑๖ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หรือรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาในปัจจุบัน) 

        - ๒๕๑๖-๒๕๑๗ เลขานุการรัฐมนตรีทบวงมหาวิทยาลัย สมัยศาสตราจารย์อรุณ สรเทศน์

        - ๒๕๑๗ รองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

        - ๒๕๒๐ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

        - ๒๕๒๑ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

        - ๒๕๒๑-๒๕๓๐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (อธิการบดีคนแรก)

        - ๒๕๓๐-๒๕๓๗ ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

        - ๒๕๓๓-๒๕๓๘ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

        - ๒๕๓๔-๒๕๓๕ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

        - ๒๕๓๕-๒๕๓๘ นายกสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

        - ๒๕๓๘-๒๕๔๔ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (อธิการบดีคนแรก)

        - รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

        - ๒๕๔๔-๒๕๔๗ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์

        - ๒๕๔๙-๒๕๕๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

        - รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

        - ๒๕๔๘-๒๕๕๔ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

        - ๒๕๕๑ นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ผลงานที่สำคัญ  คือ การผลักดันเรื่องการปฏิรูปการศึกษา และมหาวิทยาลัยออกนอกระบบฯ


       มหาวิทยาลัยแห่งนี้เกิดจากการเรียกร้องต้องการของประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช   เมื่อตอนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐ บาลให้เป็นประธานคณะกรรมการจัดตั้ง สิ่งแรกที่ต้องฟังคือต้องฟังเสียงประชาชน เพราะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่เหมือนที่อื่น  เพราะที่อื่นส่วนมากรัฐบาลมีแผนมีการกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าจะตั้งที่ไหน ด้วยเหตุผลอะไร แต่ที่นี่มีลักษณะพิเศษเพราะว่าได้รับการเรียกร้องต้องการให้ เกิดมหาวิทยาลัยให้เกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อเนื่องมาหลายปี จนกระทั่งได้รับมอบหมายให้มีการจัดตั้ง ซึ่งมีคณะกรรมการอยู่แล้ว ชื่อว่าคณะกรรมการรณรงค์ให้มีมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเจาะจงเลย ก็เห็นว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มตัวแทนของความต้องการที่แท้จริง ต้องมีการรับฟังความเห็น นอกจากให้เข้ามามีส่วนร่วมแล้วก็มีการรับฟังความเห็นและได้ย้ำว่าถ้าอยากได้มหาวิทยาลัยดี ๆ จะต้องใจเย็น ๆ มหาวิทยาลัยไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียวและการจะได้มหาวิทยาลัยดี ๆ จะต้องมีแผนงานที่ดี ต้องเริ่มต้นจากตรงนั้น และแผนงานที่ดีจะต้องสะท้อนจากความต้องการปัจจุบัน แล้วก็สะท้อนสิ่งที่คิดว่าจะเป็นไปในอนาคต ไม่ใช่แต่เพียงจังหวัดนครศรีธรรมราชหรือภาคใต้แต่ว่าทั้งประเทศ และจริง ๆ ก็เชื่อมโยงไปสู่ประชาคมโลกด้วย     เพราะฉะนั้นจึงมีแผนระยะยาวมาตั้งแต่ต้น ไม่ได้ตั้งแบบฉุกละหุกไม่ได้ก่อตั้งโดยเร่งด่วนจนเกินไป แต่ว่าได้มีการศึกษา วิเคราะห์และระดมความคิดที่สะท้อนความต้องการทั้งของส่วนของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งส่วนความต้องการของประเทศ ทั้งส่วนที่มองไปสู่ในอนาคตในประชาคมโลกด้วย โดยได้อาศัยแนวทางของแผนระยะยาว ๑๕ ปีมาเป็นกรอบ และแนวทางในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เกิดตามแผน และก็ใช้คำนี้มาตลอด และมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็โตตามแผนทุกอย่างไม่ได้เกิดจากความคิดของใครคนใดคนหนึ่งและเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ว่ามีการทำอย่างต่อเนื่องสืบเนื่องโดยยังยึดแผน

          ในขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวในเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยอยู่ด้วย เพราะว่าเรื่องมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งนี้ ในช่วงที่ตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องการมหาวิทยาลัยใหม่ที่ดีพร้อม ซึ่งถ้าอยากได้มหาวิทยาลัยที่ดี คล่องตัวก็ควรจะเป็นรูปแบบมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐและรัฐบาลสมัยนั้นก็ให้ การสนับสนุน แผน ๑๕ ปีก็สนับสนุน จึงกลายเป็นลักษณะพิเศษอีกประการหนึ่ง นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยังสะท้อนความต้องการของภาคใต้ของประเทศอีกด้วย โดยอาศัยกรอบและแนวทางของแผน ๑๕ ปีของทบวงมหาวิทยาลัย ซึ่งได้เน้นว่าถ้าอย่างนั้นก็ควรได้รูปแบบที่ ดีที่สุดด้วย ไม่ใช่แต่เพียงเรื่องมีแผนระยะยาวอย่างเดียว และในขณะเดียวกันก็มองถึงว่าในบรรดามหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้วในประเทศไทยส่วน มากก็จะตั้งคล้าย ๆ กัน และเมื่อตั้งขึ้นมาแล้วทุกมหาวิทยาลัยก็ต้องทำเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภารกิจ เรื่ององค์ประกอบทางวิชาการ อะไรต่าง ๆ และก็บางส่วนก็ควรจะมีลักษณะเฉพาะที่ควรจะทำก็ไม่ได้ทำ มีความรู้สึกว่าถ้ามหาวิทยาลัยจะต้องมีทั้งลักษณะที่เป็นทั่วไปและลักษณะเฉพาะ ซึ่งต้องถามว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณะคิดอย่างไรที่จะมีลักษณะทั่วไปและลักษณะเฉพาะ ลักษณะทั่วไปก็แน่นอนถ้าเป็น มหาวิทยาลัยก็ต้องสอนในสาขาต่าง ๆ ที่สะท้อนความต้องการอย่างครบถ้วน มหาวิทยาลัยจึงควรที่จะเป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ ทนที่จะเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่นี่เลือกอย่างนั้น ประการที่สองภารกิจ ๔ ประการคือการเรียนการสอน วิจัย บริการวิชาการแก่สังคมและทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมเรื่องนี้ก็ทั่ว ๆ ไป แล้วที่ใฝ่ฝันกันทุกแห่งก็คือว่าในเรื่องนี้คงจะต้องให้เกิดความเป็นเลิศทุกภารกิจให้เป็นเลิศทางวิชาการ ซึ่งทำเพียงเท่านั้นก็คงไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีรูปแบบเฉพาะมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ต้องการจะมีลักษณะ เฉพาะโดดเด่นกว่าจากที่อื่น จึงได้เติมไปอีกสองเรื่องซึ่งก็ยังทำไม่ได้สมบูรณ์ เรื่องที่หนึ่งคิดว่ามหาวิทยาลัยจะเป็นเมืองมหาวิทยาลัย ความเป็นเมือง มหาวิทยาลัยนั้นจะเรียกว่าเป็นเมืองมหาวิทยาลัยทั้ง ๒๔ ชั่วโมงก็คงได้ บุคลากรตั้งแต่ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษาส่วนใหญ่หรือเกือบจะทั้งหมดใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยแล้วก็อยู่เกือบ ๒๔ ชั่วโมง แล้วถ้าเป็นแบบนี้ ฝรั่งเรียกว่าเป็น Residential University ก็คงต้องจัดระบบการศึกษาอีกแบบหนึ่ง ที่ทำอย่างไรให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดเวลา ทำให้ผู้ที่เข้ามาเรียนหรือแม้แต่ นักวิชาการเองสามารถใช้เวลากับการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งไม่ต้องเดินทางไปข้างนอกแต่ใช้ชีวิตค้นคว้าหาความรู้อยู่ในนี้ ซึ่งการทำให้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยเหมือนสร้างเมืองเหมือนสร้างชุมชน ซึ่งต้องมีความพร้อมพิเศษขึ้นกว่ามหาวิทยาลัยไป-กลับประเภทเดินเรียน เพราะเหตุว่าจะต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ของคนต้องคำนึงถึงชีวิตที่ปลอดภัย ต้องคำนึงถึงสวัสดิการ สวัสดิภาพ เสมือนหนึ่งอยู่บ้านตัวเอง เพราะฉะนั้นลักษณะเช่นนี้คงต้องการพื้นที่ใช้ประโยชน์ที่กว้างขวาง ถ้าพื้นที่น้อย ๆ ก็คงทำไม่ได้ ในตอนแรกจึงลงมาสำรวจพื้นที่ด้วยตัวเอง เพราะในตอนแรกได้มีความคิดที่จะไปใช้วิทยาลัยครูสมัยนั้น แล้วก็มีคนเสนอให้ไปดูที ่รอบ ภูเขา แต่เมื่อไปดูแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ทำเลที่จะตั้งมหาวิทยาลัย แล้วก็จะลองตั ้งให้ดูว่าถ้าเป็นเมืองมหาวิทยาลัยแล้ววันหนึ่งมหาวิทยาลัยจะดึงความเจริญทั้งหลายมา ไม่ใช่ไปตั้งแล้วรอบมหาวิทยาลัยจะไม่เจริญที่ตัดสินใจตั้งที่ท่าศาลานี้ คนก็ค้านกันเยอะเพราะไกลเมือง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ยิ่งไกลเมืองยิ่งทำเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่ดี เพราะมหาวิทยาลัยจะต้องไม่พึ่งเมืองเมื่อพึ่งเมืองไม่ได้ก็ต้องพึ่งตัวเงหมด และประเด็นนี้จะได้ต่อ รองกับรัฐบาลว่าต้องให้บ้านพัก ต้องให้หอพักต้องให้อะไรต่าง ๆ ในลักษณะที่พร้อมจะเป็นเมืองมหาวิทยาลัยซึ่งในที่สุดก็ได้เมืองมหาวิทยาลัย ซึ่งเมืองมหาวิทยาลัยไม่ได้สร้างในวันเดียว ต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนา ต้องปรับแต่งให้เกิดความเหมาะสมไปตามกาลสมัย เรื่องที่สองเป็นเรื่อง จำเพาะของที่นี่ก็คือเรื่องเกี่ยวกับอุทยานการศึกษา เพราะตอนนั้นคิดว่านครศรีธรรมราชแห่งนี้เป็นอู่อารยธรรมของภาคใต้ เป็นเมืองที่มีความหลากหลาย ทางวัฒนธรรมและเป็นเมืองที่มีประชากรมาก แล้วก็โดยแหล่งที่เป็นด้านศิลปวัฒนธรรมก็เป็นที่ยอมรับว่ามีลักษณะจำเพาะด้านที่เป็นภารกิจของมหาวิทยาลัย ในด้านศิลปวัฒนธรรมคงต้องผูกโยงกับเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ลอย ๆ ไม่ใช่ถึงวันเข้าพรรษาก็เพียงแค่แห่เทียนพรรษา หรือวันลอยกระทงก็จัดงานวันลอยกระทงไม่ใช่แค่นี้ ในขณะเดียวกันก็มองว่ามหาวิทยาลัยต้องลงทุนสร้าง มหาวิทยาลัยทั้งที ไม่ได้สร้างเพื่อคนที่ผ่านเข้ามาเรียนเท่านั้นมหาวิทยาลัยควรจะเป็นของประชาชน และเมื่อมีการพูดถึงการศึกษาตลอดชีวิตซึ่งการศึกษาสำหรับทุกคนก็ถามว่าถ้าลงทุนขนาดนี้ทำอย่างไรมหาวิทยาลั ยถึงจะเป็นของปวงชนให้การศึกษากับทุกคนที่ประสงค์จะใฝ่หาความรู้ มหาวิทยาลัยจึงได้นำแนวคิดเรื่องการศึกษาในระบบ นอกระบบมาไว้ในที่เดียวซึ่งต้องจัดให้ได้ทั้งสามแบบในระบบนี่เป็นหลักการที่สำคัญ ซึ่งทุกวันนี้ก็จัดในระบบเป็นระบบการเรียนารสอนสามเทอม จัดนอกรูปแบบก็คือจัดให้คนสามารถหาความรู้ได้ตามความต้องการโดยที่ไม่ต้องแยกการเรียน ไม่ต้องแยกการงาน ผู้เรียนสนใจอะไรก็สามารถมาดูเอาก็ศึกษาเอง ซึ่งต้องจัดสภาพการเรียนรู้อีกแบบหนึ่ง ถึงได้บอก ลักษณะเด่นของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าทำไมไม่ทำทั้งหมดของมหาวิทยาลัยให้เป็นอุทยานการศึกษาเพื่อว่าคนที่ผ่านเข้ามาก็ได้ไปดู ไปชมเหมือนกับการไปดูพิพิธภัณฑ์ก็ได้ความรู้ ไปห้องสมุดก็ได้ความรู้ เมื่อมหาวิทยาลัยจัดนิทรรศการก็ได้ความรู้ กิจกรรมทั้งหลายเหล่านี้จึงได้กลายเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลและตั้งชื่อไว้ว่าเป็นอุทยานการศึกษากาญจนาภิเษก แล้วจึงได้ผังแม่บท ซึ่งถ้าทำสำเร็จและทำได้สมบูรณ์ จะเป็นลักษณะเฉพาะเพราะยังไม่มีที่ไหนในประเทศไทยที่จะทำสมบูรณ์เหมือนมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และในที่สุดถ้าเป็นอย่างนี้แล้วก็เหมือนกับ มหาวิทยาลัยทั้งมหาวิทยาลัยตั้งในอุทยานการศึกษา และในส่วนของมหาวิทยาลัยก็เป็นการทำการศึกษาในระบบ แล้วก็ทำบางส่วนให้เป็นนอกระบบกับตามอัธยาศัย และก็มองว่าถ้าทำอย่างนี้สำเร็จ การจะทำให้จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวก็คงสำเร็จ เพราะถ้าไม่มีอะไรดี ๆ ให้ผู้สนใจดูก็จะไม่มีผู้ที่สนใจมาท่องเที่ยว แต่ถ้าเมื่อไหร่มีการอุทยานการศึกษา แล้วมาเที่ยวที่เดียวแล้วได้เห็นของดีทั้งหมด ของภาคใต้ของดีทั้งหมดของเมืองนคร โดยจัดในลักษณะที่ดูได้สะดวก เข้าใจง่าย เข้าถึงได้อันนี้ ก็เลยกลายเป็นลักษณะเฉพาะของที่นี่ว่าต้องการเป็นเมืองมหาวิทยาลัยแล้วก็ใช้ความเป็นอยู่ร่วมกัน สร้างคุณภาพชีวิต แล้วก็ทำให้คุณภาพการศึกษาเกิดขึ้นให้ได้ และมีการใช้เวลาเพื่อการหล่อหลอมบุคลิกและคุณลักษณะของบัณฑิต ที่คิดว่าจะต้องแตกต่างจากมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้ใช้ระบบเหล่านี้ การเป็นอุทยานการศึกษา ซ้อนอยู่ก็จะทำให้สถาบันการศึกษาแห่งนี้ เป็นสถาบันที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน แล้วก็ทำให้เกิดการศึกษาตลอดชีวิตที่มีความเป็นไปได้ แล้วในที่สุดก็จะเป็นศูนย์กลางทางศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดของภาคใต้ และถ้ามหาวิทยาลัยเป็นแบบนี้ มีลักษณะจำเพาะแบบนี้ก็จะโดดเด่น แล้วก็จะพูดได้เต็มปากส่วนที่โดดเด่นคือส่วนที่ต่างจากคนอื่นซึ่งก็มีของเราอยู่ แล้วแบบนี้จะอยู่ในแผนพัฒนา ๑๐ ปี ในทุกเรื่อง      

        สิ่งที่อยากเห็นก็คืออยากเห็นมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไปสู่อนาคต มีความเป็มหาวิทยาลัยที่มีความเป็นเลิศ มีการสะท้อนความเป็นไทย คนไทยอยู่ที่ไหนก็ต้องแสดงว่าฉันเป็นคนไทย แล้วก็มีคุณลักษณะต่าง ๆ มีความเป็น ตัวของตัวเอง มีอัตลักษณ์ ประการที่สองคงต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นสากลมากขึ้นเพื่อให้สิ่งเหล่านี้เชื่อม โยงกับทั่วโลกได้ และเพื่อให้ผลผลิตและผลลัพธ์ของมหาวิทยาลัยเข้าสู่เวทีโลก เพราะว่าต่อไปนี้มหาวิทยาลัยจะต้อง มีบทบาทสำคัญมาก ๆ เรื่องของการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ถ้ามหาวิทยาลัยไม่สามารถสร้างขีดความ สามารถในการแข่งขันได้ ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในฐานะที่มีการบริหารจัดการที่คล่องตัวเพราะเป็นมหาวิทยาลัย ในกำกับแห่งแรก ๆ ของประเทศเพราะมีประสบการณ์ด้านนี้เต็มที่ ควรจะนำโอกาสของการเป็นมหาวิทยาลัยไทย และ เตรียมเป็นมหาวิทยาลัยสากลเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ อนุรักษ์สิ่งที่ดีของไทยและคงต้องคำนึงถึงผล ผลิต ผลลัพธ์เข้าสู่เวทีโลก ตลาดแรงงานและคุณภาพก็ต้องเป็นคุณภาพระดับสากล เรื่องบัณฑิตไทยต่อไปในอนาคต จะต้องมีภาษาที่สองที่ใช้การได้ ก็เลือกเอาภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองหรือภาษาจีนก็ได้ ในขณะเดียวกันคิดว่าการ ผลิตทรัพยากรมนุษย์หรือทรัพยากรบุคคลบางด้าน เช่น แต่ก่อนคิดว่าผลิตบัณฑิตก็พอแล้ว ที่นี้ยังไม่พอจะต้องเป็น หน่วยงานที่สามารถถ่ายทอดความรู้ เพราะเช่นนั้นเมื่อเราเป็นแหล่งผลิตความรู้เรื่องการค้นคว้าวิจัยต่าง ๆ แซงขึ้นมา     เป็นภารกิจคู่ซึ่งไม่ทำไม่ได้ต้องทำให้ดีด้วย และในเรื่องที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นแล้วจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไม่ ต้องไปไกลในระยะต้น ตอนแรกมหาวิทยาลัยต้องพิจาณาบทบาทตัวเองในบริบทของท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยว่าอยู่ ตรงไหน แล้วก็จะผูกกับอาเซียนได้แค่ไหน มหาวิทยาลัยจะผูกกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แค่ไหน มหาวิทยาลัยจะ มีบทบาทตรงนี้ได้แค่ไหน ตรงนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นนานาชาติ ความเป็นสากลของมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจจะเริ่ม จากปริมณฑลแคบลงแล้วก็สานต่อไปในระดับโลกได้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

      - ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ชุดเครื่องเต็มยศ พร้อมครุยจุลจอมเกล้า

      - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

      - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

      - เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.)

      - เหรียญจักรพรรดิมาลา

     -  Grand Decoration of Honour in Gold with Star (สาธารณรัฐออสเตรีย) รางวัลเกียรติคุณ

      - นักบริหารการศึกษาดีเด่น ภาควิชาบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๑๖

      - นักการศึกษาดีเด่น สภาการศึกษาเพื่อการสอนระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๒๗

      - รางวัลข้าราชการดีเด่นครุฑทองคำ พ.ศ. ๒๕๒๙ จากสมาคมข้าราชการพลเรือน

      - รางวัลเกียรติคุณสังข์เงิน (นักบริหารการศึกษาดีเด่น) พ.ศ. ๒๕๓๔ จากสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย

      - นักรัฐประศาสนศาสตร์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๖ จากสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย

      - รางวัลนักนวัตกรรมทางการศึกษาดีเด่น พ.ศ. ๒๕๓๖ จากสมาคมนิเทศการศึกษาแห่งประเทศไทย

      -  เข็มกิตติการทองคำและโล่กิตติการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. ๒๕๔๔

      -  ผลงานดีเด่น (MERITORIOUS SERVICE AWARD) ASIAN ASSOCIATION OF  OPEN

         UNIVERSITIES พ.ศ. ๒๕๔๔


แหล่งข้อมูล
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. (2554). หนังสือ 70 ปี ศาสตราจารย์ ดร.วิจัตร ศรีสอ้าน. นครศรีธรรมราข: มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์.