วิดีโอ

(ดร.สุเมธ แย้มนุ่น)




 
ชื่อบุคคล : 

 
ดร.สุเมธ แย้มนุ่น
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : กรรมการสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ
 

     - การศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.)มัธยมศึกษา พ.ศ. 2516 วิทยาลัยวิชาการศึกษา (ประสานมิตร)

     - Master of Science (MS) Research and Statistical Methodology พ.ศ. 2523 University of  Northern

       Colorado, USA

     - PhD. Applied Statisties and Research Methods พ.ศ.2527 University of  Northern Colorado, USA


      - พ.ศ. ๒๕๑๙ นักวิชาการสอบ กองการสอบ สำนักงาน ก.พ.

      - พ.ศ. ๒๕๒๒ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน กองแผนงาน สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

      - พ.ศ. ๒๕๒๘ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน กองแผนงาน สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

      - พ.ศ.๒๕๓๐  เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน กองแผนงาน สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

      - พ.ศ.๒๕๓๒  เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ระบบงานคอมพิวเตอร์ สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

      - พ.ศ.๒๕๓๔  เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน กองแผนงาน สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

      - พ.ศ.๒๕๓๗  ผู้อำนวยการกองวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

      - พ.ศ.๒๕๓๘  เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานปลัด ทบวงมหาวิทยาลัย

      - พ.ศ.๒๕๔๔  ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนอุดมศึกษา สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

      - พ.ศ.๒๕๔๖  ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

      - พ.ศ.๒๕๔๖  รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา

      - ปัจจุบัน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา


         อยากจะเริ่มจากกรอบนโยบายใหญ่ ตอนนั้นทำงานอยู่ที่ทบวงมหาวิทยาลัย เพิ่งจะทำแผน ๑๕ ปีเสร็จ ในแผนนี้ จะกล่าวถึงเรื่อง การกระจายตัวของสถาบันอุดมศึกษาอย่างเป็นระบบ คือสิ่งที่ประเทศหรือรัฐบาล อยากจะเห็นอาจจะเป็นระยะที่สองหรือที่สามของการ กระจายตัวของสถาบันอุดมศึกษา ระยะแรกนั้นตอน ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นการขยายสถาบันอุดมศึกษาของรัฐไปในทิศทางที่เรียกว่าเป็นเมืองใหญ่ในภูมิภาค ไปจังหวัดขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลา ถือว่าเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นระยะเวลา ๔๐ กว่าปีแล้ว คิดว่าเป็น วิธีคิดที่ดี โดยใช้มหาวิทยาลัยเป็นตัวกระตุ้นเร่งรัดการพัฒนา เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยกลุ่มนั้นที่ตั้งขึ้นมาก็จะมี สาขาวิชาที่เป็นความต้องการ เริ่มด้วยมหาวิทยาลัยที่มี มีคณะเกษตร ต้องมีคณะแพทยศาสตร์ ส่วนคณะ วิทยาศาสตร์เป็นวิชาการที่สนับสนุนอยู่แล้ว คณะวิศวกรรมศาสตร์ ก็ตามมา ๔ คณะนี้เป็นคณะหลักและจะขยาย ไปในเรื่องสุขภาพ เช่น คณะพยาบาลศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ ทันตแพทย์ศาสตร์ แล้วก็มาดูด้านการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ ก็จะถือว่าเป็นต้นแบบของการขยายตัวของภูมิภาค หลังจากนั้นก็มาดูกันว่าภาคของประเทศ ใหญ่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีมหาวิทยาลัยขอนแก่นอย่างเดียวคงไม่ได้ ในช่วงนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงของ วิทยาเขตของวิทยาลัยวิชาการศึกษา ก็คือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒปัจจุบันที่มีวิทยาเขตอยู่ในภูมิภาค ต่างๆ คือจังหวัด พิษณุโลก และชลบุรี และมหาสารคาม กรุงเทพมหานคร ก็มีที่ปทุมวัน พระนคร แต่ตัวหลัก สำคัญก็คือจังหวัดมหาสารคาม พิษณุโลกและสงขลา ในที่สุดก็แยกตัววิทยาลัยวิชาการศึกษาตั้งเป็น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒตรงกลางแล้วก็เป็นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จากวิทยาเขตมหาวิทยาลัยศรีนคริน ทรวิโรฒ ก็ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยหลักในอนุภูมิภาคจะแคบไปอีก ก็มีทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคใต้ ถึงกระนั้นก็ยังไม่เพียงพอ เมื่อสำรวจพื้นที่ แล้วตอนนั้นก็มีนโยบายที่จะให้มีการขยายตัวของอุดม ศึกษาในรอบที่สาม ซึ่งน่าจะเป็นส่วนของจังหวัดขนาดใหญ่ที่มีพลเมืองเป็นจำนวนมาก แล้วก็มีความจำเป็นที่ จะต้องมีการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจสังคมและการเมืองก็มีการคิดที่จะตั้งมหาวิทยาลัยที่เรียกว่า Sub Region ที่จังหวัด นครราชสีมา เชียงราย แล้วก็เกิดที่จังหวัดใหญ่ก็คือจังหวัดนครศรีธรรมราช ทีนี้วิธีเกิดในรอบนี้วิธีการ จะแตกต่างไปจากเดิม ตอนที่วางแผน กันนั้นก็จะมีข้อเรียกร้องจากประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ มากมายเหลือเกิน ว่าอยากจะมีมหาวิทยาลัยในจังหวัดของตนเอง ในที่สุดก็ต้องมาดูทั้งในเรื่องความไปได้ทางการเมือง ความเป็น ไปได้ในเชิงวิชาการและมีคำอธิบายในเชิงเศรษฐกิจการพัฒนาประเทศ ก็ตกลงที่จะให้เกิดที่จังหวัดนครราชสีมา โดยให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นแกนในการจัดตั้ง ตอนหลังก็ได้ตั้งเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และใน ขณะที่กำลังทำแผนการศึกษาระยะยาว ก็เป็นสิ่งที่ท้าทายมากว่าการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยในกลุ่มนี้ควรจะ ทำในลักษณะที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่ เคยพัฒนามา ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ขณะนั้นเป็นปลัด ทบวงมหาวิทยาลัย ก็ได้วางเกณฑ์ในเรื่องนี้ไว้ก็เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่เชียงรายและก็มหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และตอนที่ทำโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่นครศรีธรรมราช ก็ได้รับข้อมูล จากพื้นที่เยอะมาก มีผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ในจังหวัด ระดมความคิดกันจนได้รูปแบบของ มหาวิทยาลัยซึ่งน่าจะเป็นรูปแบบ ที่เหมาะสมกับบริบทในจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็พูดกันว่านครศรีธรรมราช คือตักศิลา คือท่าเรือทางการค้า หรือ Maritime ในอดีตเป็น แหล่งของการค้าและวัฒนธรรม เป็นจุดกำเนิดของ พุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นจุดกำเนิดของศิลปวัฒนธรรมซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นเมืองที่มีความเจริญ รุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาในอดีต ตรงนี้เป็นปัจจัยหลักที่นำมาพิจารณากันคำว่าเป็นศูนย์กลางการ พัฒนา ไม่ใช่การพัฒนาเฉพาะในประเทศ แต่เป็นความเชื่อมโยงกับหลาย ๆ ประเทศ เป็นจุดศูนย์รวมของ วัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งมาจากตะวันออกกลาง ทั้งอินเดีย มาจากประเทศจีน มาจากญี่ปุ่น ซึ่งถือว่านี่เป็น ท่าเรือการค้าในอดีตที่สำคัญ จริง ๆ ยังจำได้ว่าคณะกรรมการที่พยายามคิดเรื่องนี้ได้อธิบายจุดกำเนิดของ จังหวัดนครศรีธรรมราชในหลายมุมมองที่ทำให้เห็นภาพชัดเจน ทีนี้กลับมาดูในปัจจุบันก่อนที่จะยกร่างโครงการ เมื่อได้รู้ประวัติรู้ความเป็นมา ความสำคัญของพื้นที่แล้วก็ดูว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติมีอะไรบ้าง ก็ไปพบว่าจะมีการสร้าง Land Bridge จากทะเลอันดามันมาลงที่อ่าวไทยก็มีอยู่ หลายจุดจุดหนึ่งที่พูดกันมากก็จะมีที่ อำเภอขนอม ก็มุ่งกันว่าอำเภอขนอมน่าจะเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา พลังงานในอนาคต ก็มองทั้งประเด็นการเกษตรดั้งเดิม เกษตรยุคใหม่ การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพราะฉะนั้นเมื่อมองหลายประเด็นก็จะเห็นว่านี่คือจุดสำคัญสำหรับการตัดสินใจที่จะตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัด นครศรีธรรมราช ตอนเริ่มต้นรัฐบาลเองก็ไม่แน่ใจว่าจะลงทุนทันทีทันใดเป็นจำนวนมากเลยหรือเปล่า ก็มีการ ตกลงกันว่าจะยกฐานะจากวิทยาลัยครูนครศรีธรรมราชเป็นมหาวิทยาลัย คณะก็ร่วมกันลงไปสำรวจพื้นที่ของ วิทยาลัยครูที่มีอยู่ไปสำรวจอาคารเดิมทุกตึกแผนที่จะมีการจัดสร้างอาคาร ลงไปดูพื้นที่ทางด้านหลังบนเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ในลักษณะของทางลาด หลังจากสำรวจก็กลับมาประชุมกัน โดยศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นประธานร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดนครศรีธรรมราชหลายท่าน มีการประชุมกัน ที่โรงแรม ในเมือง วันนั้นรับประทานอาหารเย็นกันอยู่แล้วทางจังหวัดก็เชิญศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ซึ่งเป็นปลัด ทบวงมหาวิทยาลัย ขึ้นพูดกับชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชว่าหลังจากไปดูพื้นที่ทั้งหมดแล้วมีความคิดอย่างไร ในการตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนั้นท่านศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ได้พูดถึงเรื่อง ความสำคัญความเป็นมาจนถึงจุดที่ว่าถ้าจะมีมหาวิทยาลัยสักแห่งให้ตอบสนองทิศทางที่ว่านั้น ควรจะตัดสิน ใจกันวันนี้ว่าจะยังคงยกฐานะของวิทยาลัยครูนครศรีธรรมราชหรือจะหาจุดใหม่ วันั้นเป็นวันที่ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้านพูดโดยที่ไม่ได้คาดฝันมาก่อน ในที่สุดศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้านเสนอว่าถ้าจะทำให้ ดีให้มีประสิทธิภาพ ท่านเสนอว่าควรจะหาที่ใหม่ ที่ประชุมก็ปรบมือกันลั่นห้องแล้วก็เห็นด้วยกับศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน พร้อมทั้งยินดีที่จะไปหาพื้นที่แล้ว ก็ทำในที่ใหม่ ซึ่งน่าจะได้มหาวิทยาลัยที่ต้องการมากที่ สุดจริง ๆ การยกฐานะจากวิทยาครูนครศรีธรรมราชเดิมจะประหยัดในเรื่องของ ทรัพยากรมาก แต่ปัญหาใน เรื่องการบริหารจัดการจะมีสูงมาก ปัญหาในการพัฒนาในเชิงวิชาการไปตามทิศทางที่ต้องการจะมีปัญหามาก ทุกคนก็สรุปกันในวันนั้นว่าจะหาที่ใหม่ ซึ่งก็มีผู้เสนอหลายที่จนในที่สุดก็ตัดสินใจกันว่าได้ที่อำเภอท่าศาลา หลังจากคืนวันนั้นหลังตัดสินใจเป็นข้อยุติแล้ววันรุ่งขึ้นก็มาดูพื้นที่ที่อำเภอท่าศาลา กลับไปก็เริ่มจัดทำโครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรี ก็มีการวิเคราะห์พื้นที่ที่มีอยู่ แม้จะมีปัญหาอยู่บ้างทางจังหวัดก็ได้ ร่วมมือกันดำเนินการแก้ไขปัญหาจนได้พื้นที่หลายพันไร่เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ถือว่าการ ตัดสินใจ ในการรับประทานอาหารในค่ำคืนนั้นเป็นการตัดสินใจที่อาจจะไม่มีใครคาดฝันมาก่อน แต่ท่านศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ได้เสนอ ต่อนั้นทำให้ทุกคนถูกใจทุกคนอยากเห็น แล้วท่านก็ปวรณากับที่ประชุมในวันนั้นว่า จะทำที่นี่ให้ยิ่งใหญ่ตามที่ประชาชนอยากจะเห็น คิดว่านี่คือจุดเปลี่ยน ที่สำคัญในการตัดสินใจตั้งมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นก็ลงไปศึกษาพื้นที่สำรวจพื้นที่ สำรวจราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ ประสานกับอีกหลายฝ่ายในจังหวัด เพื่อ ให้มีการชดเชยการรื้อถอนการย้าย แม้จะมีปัญหาขลุกขลักอยู่บ้างปัญหาฟ้องร้องกันอยู่บ้าง แต่นั่นก็เป็นเรื่อง ปกติแต่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ในที่สุดก็ได้พื้นที่ซึ่งเหมาะที่สุดพื้นที่ที่ดีที่สุดสำหรับตั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สำคัญสำหรับภาคใต้ตอนบน         

          สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุด คือการเป็นต้นแบบมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐในส่วนภูมิภาคที่มีประสิทธิภาพ สามารถจะตอบสนองทั้งภูมิภาค ประเทศและนานาชาติได้ อีกสิ่งหนึ่งคือความพยายามที่จะทำให้มหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์แห่งนี้อยู่ในจิตใจของคนนครศรีธรรมราช อยู่ในความรู้สึกนึกคิดของคนนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์ รวมจิตใจของคนนครศรีธรรมราช ถ้าคิดที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้กับระบบการศึกษาของประเทศ คนนคร ศรีธรรมราชควรจะมองมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กลับมาเพื่อช่วยกันพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แห่งนี้ ถ้า ระบบ บริหารสามารถจะชักจูงคนนครศรีธรรมราชให้มีส่วนร่วมในการพัฒนามหาวิทยาลัยได้มากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ก็จะเป็นความสำเร็จของมหาวิทยาลัย มากยิ่งขึ้นเท่านั้น หวังว่าคนนครศรีธรรมราชที่ได้รับโอกาสเข้ามาศึกษา เล่าเรียนหาความรู้ขณะนี้ก็ผ่านไปแล้วหลายพันคนควรจะมีจิตสำนึกระลึก ถึงบุญคุณของมหาวิทยาลัยกลับมา ดูกลับมาให้การสนับสนุนช่วยเหลือเท่าที่กำลังความสามารถของแต่ละคนจะทำได้ หรือคนนครศรีธรรมราช ที่ไปประสบความสำเร็จในชีวิตราชการก็ดี ชีวิตธุรกิจก็ดี กลับมาดูมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ของท่าน ท่านจะ ภูมิใจแล้วก็อยากให้ท่านช่วย สนับสนุนกิจการของมหาวิทยาลัยให้เจริญเติบโตยิ่ง ๆ ขึ้นไป

     ในระยะเริ่มต้นของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยทุกแห่งก็จะมีปัญหาขลุกขลัก การบริหารมหาวิทยาลัยที่เพิ่งตั้ง ใหม่จากศูนย์ไม่ใช่เรื่องง่าย เชื่อว่าในช่วงนั้นทบวงมหาวิทยาลัยก็พยายามจะให้การสนับสนุนเกือบจะทุกเรื่อง ถือว่าเป็นการสนับสนุนจากส่วนกลางในการดำเนินงาน ของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบุคลากรหรือ ทรัพยากร ก็ถือว่าเป็นการวางรากฐาน ในช่วง ๔ ถึง ๕ ปีแรกถือว่าดี ทีนี้การพัฒนามาจนถึง ปัจจุบันเชื่อว่าใน ฐานะของกรรมการสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ก็ได้ติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดก็เห็นว่าแนวทางการ พัฒนาที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบันถือว่าจับทางถูกแล้ว ทิศทางที่ถูกต้องนั้นจะต้องเป็นที่ตอบสนองความต้องการ ของสังคม ตอบสนองความต้องการของจังหวัด หรือของภูมิภาค แต่ความเป็นเลิศทางวิชาการนั้นถือเป็นหัวใจ หัวใจหลักที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะต้องสร้างขึ้นความต้องการของท้องถิ่น ความต้องการของภูมิภาค ความต้องการของประเทศเป็นปรัชญาหลัก ความเป็นเลิศทางวิชาการเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ ถ้าจะมีการประเมิน ตอนนี้ว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กำลังจะก้าวไปสู่มหาวิทยาลัยที่มีความเป็นเลิศในหลายด้าน กำลังจะก้าวไป สู่มหาวิทยาลัยที่เป็น ศูนย์กลางการพัฒนาในหลายด้าน ในขณะเดียวกันได้พูดคุยกันในสภามหาวิทยาลัยก็ อยากจะเห็นการตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของสังคม ปัจจุบัน โดยเฉพาะที่ไปเกี่ยวข้องกับการปรับบทบาท ของ Asian อยากจะเห็น Asian Study เกิดขึ้นที่นี่ อยากจะเห็นความสำคัญหรือความ สนใจในเชิงวิชาการที่ ไม่ได้มองเฉพาะบริบทของประเทศไทย มองเชื่อมโยงกับภูมิภาคใน Asian ถ้ามองประเด็นนี้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง เชื่อว่าจุดนี้จะเป็นจุดสำคัญของการเชื่อมโยงนักศึกษาในภูมิภาค Asian ซึ่งก็เข้าใจว่ามีนักศึกษาจาก หลายประเทศเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยก็พยายามส่งนักศึกษา ออกไปปฏิบัติงาน ออกไปศึกษาเล่าเรียนพร้อม ๆ กันในประเทศอื่น ๆ ด้วย มีโครงการหลายโครงการที่ สนับสนุนในส่วนนี้ ขั้นตอนที่สำคัญคือความเป็นนานาชาติ ความเป็นนานาชาติโอกาสนั้นมีแล้วหรือโอกาสได้มา ถึงแล้ว วิสัยทัศน์ของสภามหาวิทยาลัยมีชัดเจนแล้ว เหลือแต่ว่าจะปฏิบัติในส่วนนี้ให้มีความเป็นนานาชาติมาก ยิ่งขึ้นได้อย่างไร ในอดีตจังหวัด นครศรีธรรมราชก็เป็นเมืองนานาชาติ มีหลายชาติหลายศาสนามาอยู่รวมกันที่ นี่ เพราะฉะนั้นมองในแง่ของการคมนาคม มองในแง่ของปัจจัย เกื้อหนุนในทางศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ก็น่าจะพร้อมถ้าเริ่มต้นจาก Asian Study Center หาคนที่มีความรู้ความเข้าใจใน สมาชิกประเทศ Asian จับหลักดี ๆ จะเป็นวัฒนธรรมเป็นเศรษฐกิจฝังรากลึกไว้ที่ศูนย์กลางแห่งนี้ แล้วมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ก็จะกลายเป็น Reference Center ที่สำคัญของ Asian แล้วทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาก็ยินดี จะสนับสนุนการสร้างฐานความรู้ของ ประชาคม Asian ให้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แห่งนี้