ภาพประกอบ

(ภาพ : ร่วมงานวางศิลาฤกษ์มหาวิทยาลัย)


(ภาพ : )


(ภาพ : )


(ภาพ : )


(ภาพ : บันทึกวีดิทัศน์ขณะให้สัมภาษณ์)


วิดีโอ

(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รักชาติ โอวาสิทธิ์)




 
ชื่อบุคคล : 

 
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รักชาติ โอวาสิทธิ์
ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน : 10 ปี 5 เดือน 
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : อดีตอาจารย์ สังกัดสำนักวิชาวิศวกรรมการศาสตร์และทรัพยากร
 
      มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยที่มีเกณฑ์ในการรับนักศึกษาดีมาก คือเปิดโอกาสให้นักศึกษาท้องถิ่นที่อยู่ห่างไกล โดยเฉพาะในปัจจุบันผมพบว่านักเรียนเก่ง ๆ ที่อยู่บ้านนอกเข้ามาอยู่ในจังหวัด ในอำเภออยู่นอกเมืองไปน่าสงสาร เขาอาจจะไม่มีทุนหรือว่าอาจจะเรียนปานกลาง เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้โอกาสตรงนี้ดีมาก พอนักเรียนเข้ามาแล้วมหาวิทยาลัยก็ต้องมีการปฐมนิเทศจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการให้รู้ทักษะชีวิตแล้วก็รู้การใช้เวลา วิธีเรียน วิธีคิดต่าง ๆ เพื่อจะได้เอาไปใช้ต่อไป ทำแบบเข้มข้นด้วยนะหรือมีคู่มือซึ่งรุ่นแรก ๆ ได้ทำแต่ตอนหลังก็หายไป ซึ่งผมคิดว่าก่อนที่นักศึกษาจะเรียนจะต้องรู้วิธีเรียน วิธีคิด วิธีแก้โจทย์ต่าง ๆ ซึ่งตอนหลังผมไปค้นคว้ามามากหรือตอนใหม่ ๆ ก็มีเป็นวิชา คือทำอย่างไรในส่วนตรงนี้ให้เป็นเครื่องมือเพื่อว่านักศึกษาจะได้เอาไปใช้เพื่อเก็บเกี่ยวหาความรู้ประสบการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และสี่ห้าปีข้างหน้าอยากให้คณาจารย์ประเมินว่าระบบการเรียนแบบทวิภาคมีข้อดีข้อเสียอย่างไร โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผมมีข้อคิดเห็นมากมายแต่จะไม่ลงรายละเอียด ควรจะปรับปรุงระบบไตรภาคหรือเปล่า ข้อสองการจัดชั้นเรียนอยากจะให้ชั้นเรียนขนาดเล็กลง เพื่อที่อาจารย์และนักศึกษาจะได้มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันข้อสามการจัดตารางสอนคาบเรียนอยากให้คาบเรียนละชั่วโมง ซึ่งบางครั้งถ้า ๔ หน่วยกิตโดยเฉพาะของวิศวกรรมศาสตร์หรือวิชาพื้นฐานบางวิชาจัดคาบ ๑-๒ ชั่วโมงนักศึกษาต้องนำภาระเนื้อหาวิชาสองชั่วโมงไปศึกษาที่หอพักอะไรต่าง ๆ อาจจะมากไป น่าจะเรียนทีละชั่วโมงน่าจะดีกว่า แล้วก็ขอฝากถึงคณาจารย์ด้วย ระวังจะให้ความรู้ไม่ครบ ต้องระวังในการให้ความรู้ไม่ใช่บอกทฤษฎีอย่างเดียวต้องบอกวิธีปฏิบัติด้วย วิธีแก้โจทย์ด้วย ซึ่งมันเป็นส่วนสำคัญตรงนี้เพราะบางเรื่องจะมีขั้นตอนวิธีเลย ๑ ๒ ๓ ทำอย่างไรหรือเป็น Flowchart ทำอย่างไร ต้องบอกนักศึกษาด้วย หรืออีกวิธีหนึ่งบอกวิธีทำกว้าง ๆ ไม่ใช่บอกเนื้อหา ทฤษฎี หลักการ สูตรสมการ ฟังก์ชั่นอะไรอย่างเดียว บอกวิธีแก้โจทย์ด้วยที่สำคัญ ในฐานะที่สอนแบบทวิภาคที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มาประมาณ ๒๕ ปี ความแตกต่างระหว่างการเรียนสองเทอมกับสามเทอมนั้นแตกต่างกันคือถ้าระบบ ๒ เทอม ๓ หน่วยกิต แล้วก็ระบบ ๓ เทอมของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีนั้นเป็น ๓ หน่วยกิตเพราะฉะนั้น ๑ วิชาจะเรียนน้อยกว่าประมาณ ๙ ชั่วโมง คราวนี้วิชาหนึ่งอาจจะเรียน ๑ กับ ๒ เช่น ชีววิทยา ๑ ชีววิทยา ๒ เพราะฉะนั้นรวมแล้วทั้งหลักสูตรก็จะน้อยกว่ามหาวิทยาลัยที่เรียน ๒ เทอมเกือบ ๒๐ ชั่วโมง ๑๘ ชั่วโมง ผมว่าตรงนี้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เสียโอกาส ซึ่งดูหน่วยกิตรวมไม่ได้ ต้องดูว่ารวมแต่ละวิชาอยู่ในชั้นเรียนเท่าไหร่ โอกาสที่นักศึกษากับอาจารย์อยู่ในชั้นเรียนเท่าไหร่ ทีนี้ระบบสามเทอม นักศึกษาต้องจ่ายค่าหอพัก ๓ เทอม ดูแล้วแต่ละเดือนเนี่ยอาจจะถูก แต่รวมเบ็ดเสร็จต่อปีอาจจะมากกว่าระบบ ๒ เทอม ระบบค่าเทอมด้วย ทีนี้นักศึกษาอยู่ในชั้นเรียนระบบ ๓ เทอมอยู่ในชั้นเรียน ๙ เดือน ระบบ ๒ เทอมอยู่ในห้องเรียน ๘ เดือนเอง ทีนี้ระบบ ๓ เทอมนักศึกษาโอกาสที่จะทำกิจกรรม ฝึกฝนการเป็นผู้นำต่าง ๆ น้อยมากเลย ก็น่าเสียดาย เพราะว่านักศึกษาต้องทำกิจกรรมฝึกกิจกรรมความเป็นผู้นำ เรียนรู้อะไรต่าง ๆ แล้วระบบ ๓ เทอมจะทดสอบย่อยอะไรต่าง ๆ ยากด้วย เวลาน้อย แล้วอาจารย์ผู้สอนก็อยู่ในห้องเรียน ๙ เดือนถ้าระบบ ๒ เทอมก็อยู่ในห้องเรียน ๘ เดือน แต่ ๒ เทอมอาจจะมีการเรียนภาคฤดูร้อน แต่ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไม่มี อยู่ในห้องเรียน ๙ เดือน เพราะฉะนั้นก็อาจจะมีเวลาทำวิจัยลดน้อยลง ๑ เดือน แต่ข้อดีของ ๓ เทอมก็มี คือมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ระบบ ๓ เทอม ใช้อาจารย์น้อยลง ข้อดีอยู่ตรงนี้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในการจัดระบบการศึกษาควรจะยึดประโยชน์ผู้เรียนเป็นสำคัญ แต่เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มี ระบบสามเทอม และมีสหกิจศึกษาเป็นจุดเด่น ตอนแรกเดิมทีที่ร่างหลักสูตรต้องการจะมีสหกิจศึกษา ๒ เทอม แต่ตอนหลังของสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ทาง กว.บอกว่าหน่วยกิตทางวิศวกรรมศาสตร์น้อยเกินไป ก็ต้องจาก ๓ หน่วยกิตของ ๒ เทอม พอเป็น๓ เทอมต้องมี ๔ หน่วยกิต เลยมีความจำเป็นต้องมีสหกิจศึกษาเทอมเดียวเท่านั้น และถ้าเปรียบเทียบกับนักศึกษาที่ไปฝึกงานในขณะที่เรียน ๒ เทอมกับของสหกิจศึกษาของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นั้น ผมว่าอยู่ที่สถานประกอบการว่าจะดูแลนักศึกษาจริงจังหรือเปล่าเพียงแต่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีทำเป็นระบบดีมากเป็นขั้นตอนดีมาก แต่ถ้าจะให้เป็นฝึกงานแล้วใช้ระบบของสหกิจในการตรวจสอบต่าง ๆ การประเมินต่าง ๆ เอามาใช้ก็น่าจะได้ผล เพราะข้อสำคัญอยู่ที่สถานประกอบการว่าจะนิเทศงาน สอนงานให้นักศึกษาที่ไปฝึกงานหรือไปสหกิจมากน้อยแค่ไหนอยู่ตรงนั้นมากกว่า

         เห็นมีภารกิจ ๔ ด้าน เพราะฉะนั้นแต่ละด้านถ้าจะทำก็ต้องทำเพื่อคุณภาพ มีหลายๆ คนบอกว่าอยากเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย ไม่เป็นไรก็เป็นหนึ่งภารกิจ แต่อย่าลืมว่าภารกิจในการผลิตบัณฑิตสำคัญ ผลิตคน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในอนาคตของประเทศชาติ เพราะฉะนั้น ทำอย่างไรถึงจะให้บัณฑิตมีคุณภาพ ตามที่เคยบอกไว้ว่าทำอย่างไร ต้องสอนให้คิดเป็น รู้วิธีเรียน รู้ทักษะชีวิตต่าง ๆ เพราะฉะนั้นต้องสอน ทุก ๆ อย่างจริง ๆ ก็อยากให้ พนักงานต่าง ๆ คิดทำงานเต็มที่มากกว่าหน้าที่ที่รับผิดชอบ เพื่อเกษียณมาแล้วจะมีความภูมิใจในตัวเองทำหน้าที่ให้ดีและทำเกินด้วย เพราะฉะนั้นเกษียณออกมาแล้วคุณจะสบายใจว่าได้ทุ่มเทอะไรต่าง ๆ ส่วนหนึ่งที่สำคัญมีโครงสร้างหัวหน้า สาขาอยู่ อยากให้ผู้บริหารคิดว่า ถึงคราวจำเป็นหรือยังที่จะมีหัวหน้าสาขา ตอนนี้ไม่ทราบว่ามีหรือยัง ผมคิดว่าผลงานต่าง ๆ ออกมาจาก สาขาวิชา เพราะฉะนั้นต้องมีผู้นำคนรับผิดชอบ ส่วนจะไปปรับปรุงค่าตอบแทนอะไรก็ว่าไป แต่อย่างไรก็จำเป็นต้องมี ในการประเมินคณาจารย์ ๖ เดือน ๓ เดือนหรือปีปัจจุบันอาจจะให้คณบดีคนเดียวประเมินซึ่งดูไม่ทั่วถึงครับ แล้วจำเป็นหรือไม่ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ควรจะแก้ระบบการเรียนเป็น ๒ เทอม จำเป็นหรือไม่ที่มหาวิทยาลัยควรจะมีห้องบรรยายปี ๓ ปี ๔ อยู่ในอาคารที่พักของอาจารย์