ภาพประกอบ

(ภาพ : เป็นวิทยากรงานสัมมนา)


วิดีโอ

(ดร.ไพบูลย์ ประโมจนีย์)

(อาจารย์ ดร.ไพบูลย์ ประโมจนีย์)




 
ชื่อบุคคล : 

 
อาจารย์ ดร.ไพบูลย์ ประโมจนีย์
ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน : 8 ปี 2 เดือน 
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : อดีตประธานคนแรกของสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ,อดีตรักษาการแทนผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ ,อดีตรักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ,อดีตอาจารย์ สังกัดสำนักวิชาวิศวกรรมการศาสตร์และทรัพยากร
 
       เริ่มแรกก็มาดูแลเรื่องการจัดตั้ง การทำหลักสูตรอะไรต่าง ๆ จนมาถึงภายหลังก็มาดูแลเรื่องสาขา วิชาทรัพยากรทะเลและชายฝั่งด้วยก็ทางเกษตรลงตัวแล้วจึงมาดูทางด้านนี้ ไม่ใช่ลงตัวไปทั้งหมด แต่ ได้ทำควบคู่กันไปเรื่อย ๆ คือทำไปพร้อม ๆ กันเพราะมหาวิทยาลัยมอบหมายให้ดูแล ตอนแรกมีอยู่ ๒ คน เท่านั้นเอง เป็นผมกับรองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี อิสระไกรศีล รู้สึกจะแบ่งกันดูแลแต่ละสาขา แต่อาจารย์ เขาเรียกผู้แทนสาขาหรือผู้แทนสำนัก อาจารย์จำชื่อไม่ได้คล้าย ๆ กับเป็นคณบดีคือไม่ใช่เป็นคณบดี เพราะ ตอนนั้นยังไม่มีหน้าที่คือร่างหลักสูตรก็ตั้งคณะกรรมการร่างหลักสูตร ก็ช่วยกันไปหากรรมการ เพื่อที่จะมา ร่างหลักสูตรสาขาต่าง ๆ กรรมการก็จะมาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแล้วด้านการเกษตรมาเป็นกรรมการ ช่วยร่างหลักสูตร ซึ่งการทำหลักสูตรให้ออกมาได้ดี มีจุดสำคัญก็คือกรรมการที่จะมาร่างหลักสูตรต้องมี วิสัยทัศน์พอสมควร และต้องทราบเกี่ยวกับว่ามหาวิทยาลัยนอกระบบมีวิธีการเรียนการสอนอย่างไรที่จะให้ ทันหรือสมัยใหม่ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชานี้เป็นอย่างไร แล้วก็มาช่วยกัน ก็พยายามเลือกบุคคลที่คิดว่าน่าจะ มีวิสัยทัศน์ดี ๆ เกี่ยวกับการศึกษาทางด้านนี้ อย่างสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรที่นี่ตั้งใจว่าจะให้มีความ แตกต่างจากที่อื่นและมีสหกิจศึกษาซึ่งเน้นหนักทางปฏิบัติ คือจะมีลักษณะสหกิจศึกษาที่แตกต่างไปจาก มหาวิทยาลัยอื่น ซึ่งบางมหาวิทยาลัยมีการฝึกงานธรรมดา แต่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มุ่งที่จะมีสหกิจศึกษา เพราะฉะนั้นเทคโนโลยีการเกษตรก็พยายามให้ครอบคลุมเหมือนกับมหาวิทยาลัยอื่น ที่มีการเรียนเรื่องพืชไร่ พืชสวน แต่นำมาจับรวมกัน เพราะฉะนั้นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ต้องมีความรู้พื้นฐานทางด้าน การเกษตร แต่อาจจะมีความชำนาญเฉพาะบ้างในด้าน พืชสวน พืชไร่ ค่อยมาแยกทีหลัง ตอนปีการศึกษาที่ ๒ ส่วนเทคโนโลยีทรัพยากรทะเลและชายฝั่งชัดอยู่แล้ว คือเป็นนโยบายของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่า จะเปิดสาขาวิชานี้ ในช่วงแรกจะเป็นสำนักวิชา คืออาจจะเป็นสำนักวิชาทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ตอนหลัง ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน บอกว่านักศึกษาน้อยก็เลยมารวมกับสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ เลยกลาย เป็นสำนักวิชาอุตสาหกรรมและทรัพยากรในตอนนั้น ในแผนแม่บทแรกๆ ทรัพยากรทะเลและชายฝั่งเป็นสำนัก วิชาหนึ่ง แต่พอตอนหลังมาก็มารวมกับวิศวกรรมศาสตร์ก็เตรียมการในการก่อตั้งสำนักวิชาต่าง ๆ ก็ได้รับให้ดูแล ในเรื่องของสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร และเมื่อเริ่มการเรียนการสอนแล้วก็เป็นคล้าย ๆ เป็นหัวหน้าสาขาวิชา ทรัพยากรทะเลและชายฝั่งก็ทำงานเป็นหัวหน้าสาขาอยู่ ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยก็เลือกให้เป็นประธานสหกรณ์ ออมทรัพย์คนแรก แล้วก็เป็นหัวหน้าสาขาวิชาอยู่ด้วยแล้วก็มารักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา แล้วก็ ทำหน้าที่เป็นอาจารย์หัวหน้าภาควิชาหรือที่เรียกว่าสาขาวิชาด้วย ตอนหลังปล่อยงาน หัวหน้าสาขาให้ผู้ช่วย ศาสตราจารย์ ดร.พิภพ ปราบณรงค์ แล้วก็รักษาการผู้อำนวยสถาบันวิจัยและพัฒนาอยู่ และหลังจากนั้นก็เป็น อาจารย์ธรรมดาสอนหนังสือ พอศาสตราจารย์ ดร. นักสิทธ์ คูวัฒนาชัย มาขอให้อาจารย์เป็นผู้อำนวยการศูนย์ บริการวิชาการก็ตอบรับไปช่วย

        มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เคยตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นเมืองมหาวิทยาลัย ควรจะให้ไปถึงเป้านั้นให้ได้ และ คุณภาพการศึกษาก็ต้องให้เข้มแข็ง พยายามหาจุดขายที่เด่นของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ออกมาให้ได้ และตอนนี้จุดเด่นของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อยู่ทางด้านวิทยาศาสตร์ กับเทคโนโลยี แล้วก็สำนักวิชา แพทยศาสตร์ที่เพิ่งเปิด ส่วนนักศึกษานั้น กคงเป็นบัณฑิตที่ดี นอกจากเก่งวิชาการแล้วควรจะมีคุณธรรม มีจริยธรรม สมัยนี้เรียน ก็หวังแค่ให้จบ ๆ ไม่ได้นึกอะไร และมหาวิทยาลัยมีสหกิจศึกษา ดังนั้นจึงน่าจะเด่น ในเรื่องของการปฏิบัติเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติที่มีคุณธรรม น่าจะเป็นอย่างนั้น