วิดีโอ

(รองศาสตราจารย์ ดร.เสาวณีย์ รัตนพาณ๊)




 
ชื่อบุคคล : 

 
รองศาสตราจารย์ ดร.เสาวณีย์ รัตนพาณี
ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน : 5 ปี 8 เดือน 
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : อดีตอาจารย์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
 
           ก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่านักศึกษาที่มาอยู่ก็เหมือนกับลูก เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรที่ทำให้นักศึกษาได้ ไม่ว่าจะเรื่องทางวิชาการหรือเรื่องส่วนตัวทั้งชีวิตที่ทำมาก็คือทุ่มเทให้กับการดูแลเอาใจใส่ให้กับนักศึกษา มาโดยตลอด ก็คิดว่าพ่อแม่เขาเอาลูกเขามาให้อบรมสั่งสอน เพราะฉะนั้นใครเก่งแล้วก็เสริมไปให้ดีขึ้น ใครที่ยังไม่เก่งก็เป็นหน้าที่ของอาจารย์ที่จะต้องจ้ำจี้จ้ำไชให้นักศึกษาเรียนรู้ตรงนั้นให้ได้ เพราะถ้านักศึกษา รู้แล้วนักศึกษาคงไม่มาหา แล้วก็คิดว่าครูไม่ใช่มีแค่หน้าที่สอนหนังสืออย่างเดียว คงต้องสอนความเป็นคน ให้กับนักศึกษาด้วย ใครที่มีพฤติกรรม ที่คิดว่ายังไม่สมบูรณ์ นอกลู่นอกทางจะให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะ นักศึกษาควรจะได้รับการบอกกล่าวจากอาจารย์ว่าตรงนี้เธอยังอยู่กับ คนอื่นลำบาก ถ้าเธอยังมีพฤติกรรม เป็นแบบนี้อยู่ ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็มีประทับใจอยู่หลายคนก็หลายคนที่กลับมาเป็นนักศึกษาดีมา เรียนหนังสือ ไม่เกเร นี่คือปรัชญาชีวิตของความเป็นครูที่ดำเนินมาตลอด

         ผู้คนก็เป็นมิตร แล้วก็บรรยากาศทั่วไป ๆ ก็ดี ประทับใจ

      ตอนที่ไปถึงนั้นทางหลักสูตรของปริญญาตรี ซึ่งสมัยนั้นไม่มีภาควิชาก็อยู่ในสาขาวิชาเคมี ซึ่งหลักสูตร ของเคมีก็ทำไว้เรียบร้อยแล้วคือตอนที่ท่านรองศาสตราจารย์ดร.อมรา ช้างทรัพย์ ได้พาไปดูที่มหาวิทยาลัย ตอนไปสัมภาษณ์รองศาสตราจารย์ ดร.อมรา ช้างทรัพย์ ก็พาไปดูก็พบว่าน้องในห้องปฏิบัติการก็บอกว่ายัง ไม่สามารถจัดแล็ปในห้องปฏิบัติการได้ ก็เลยได้ช่วยเขียนคู่มือปฏิบัติการ ก็ตอนนั้นยังสอนอยู่ที่จังหวัด เชียงใหม่ ก็ได้ลาพักร้อนจากเชียงใหม่ลงมาช่วยแนะนำวิธีการจัดทำห้องแล็ป วิธีการจัดทำห้องแล็ปในแต่ ละบทที่ได้จัดทำขึ้นเป็นคู่มือแล้วก็อธิบายให้ฟังว่าในแต่ละบทจะต้องมีที่มาของเนื้อหาอย่างไร แล้ว จะต้องทำการทดลองอย่างไร ผลที่คาดว่าจะได้ควรเป็นอย่างไร แล้วต้องจัดเครื่องมืออย่างไร ก็รู้สึกว่า น้อง ๆ เขาก็ตั้งใจดีมากเลย ก็ประทับใจ

        สมัยที่อยู่ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อาจารย์ส่วนใหญ่ก็จะมีงานกันเต็มที่ เพราะฉะนั้นก็ไม่ค่อยได้มา ร่วมมือกันในการที่จะคิดหรือ ร่วมมือกันในทางวิชาการ จะพัฒนาอะไรไปทางไหน แต่ ณ วันนี้มหาวิทยาลัย เปิดสมบูรณ์แบบแล้ว แล้วก็มีอาจารย์ค่อนข้างมากแล้ว แล้วก็สมัยนั้นท่านศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ท่านได้วางแผนที่ว่าคนที่จะมาทำงานที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะต้องเป็นคนเก่งและเป็นคนดี เพราะฉะนั้น ก็เชื่อว่าตอนนี้ถึงวันที่คนเก่งและคนดีที่เราได้วางรากฐานไว้แล้วที่จะมาร่วมมือร่วมใจกันในการที่จะสร้าง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้มีจุดเด่น มีจุดขาย ทัดเทียมกันกับมหาวิทยาลัยที่เกิดพร้อมกันและก็อยู่ในกำกับ ของรัฐ เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งคิดว่า ๓ มหาวิทยาลัยนี้น่าจะโตไป พร้อม ๆ กัน แล้วก็ช่วยกันดึงให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเพราะมีทอมก.ที่จะทำให้มีการพัฒนาแล้วก็ร่วมมือ ช่วยกันในส่วนมหาวิทยาลัยไหนมีจุดเด่น เช่น มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีจุดเด่นทางด้านเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีก็มีอะไรเป็นจุดเด่น มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็มาดู ก็จะทำให้เกิดการแลก เปลี่ยนเรียนรู้ ก็อยากจะเห็นว่ามี การเติบโตไปพร้อม ๆ กัน แล้วก็อาจจะไม่ต้องเติบโตในสายเดียวกัน แต่ว่า ใครที่มีจุดเด่นทางไหนก็พยายามที่จะพัฒนา อย่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีจุดเด่นที่คิดว่าทางผูบริหารก็ พอจะมองออกจุดเด่นทั้งในด้านของสิ่งแวดล้อม ศักยภาพของบุคลากรที่จะเอื้ออำนวยให้เพิ่มความก้าวหน้า ทางการศึกษาไปในทางที่ดีของมหาวิทยาลัย แล้วก็อาจจะเพิ่มจุดขายในด้านวิชาการของมหาวิทยาลัย ก็อยากเห็นมีความเจริญเติบโตไปพร้อมๆ กันทั้ง ๓ มหาวิทยาลัย