วิดีโอ

(รองศาสตราจารย์ ศศิธร รัชนี ณ อยุธยา)




 
ชื่อบุคคล : 

 
รองศาสตราจารย์ ศศิธร รัชนี ณ อยุธยา
ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน : 5 ปี 8 เดือน 
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : อดีตอาจารย์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ,อดีตรักษาการแทนหัวหน้าสาชาวิชาภาษาอังกฤษ สังกัดสำนักวิชาศิลปศาสตร์
 
      การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดทำเป็นโมดูล แล้วก็ให้นักศึกษาเลือกว่าหากเขาจะมุ่ง ไปเป็นไกด์ก็เลือกสาขาวิชาการท่องเที่ยว หรือทำงานโรงแรมเลือกเรียนก็สาขาวิชาการโรงแรม เลือกธุรกิจก็ มุ่งไปเลยแล้วก็เลือกเป็นโมดูลๆ นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาก็จะได้ภาษาอังกฤษติดตัวเป็นความรู้ไปด้วยและ สามารถประกอบอาชีพที่ต้องการได้ แล้วทุกคนก็จะยอมรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แล้ว มหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องไปแข่งขันกับมหาวิทยาลัยอื่น แล้วคิดถึงสหกิจศึกษาว่าจะส่งนักศึกษาไปฝึกต่างประเทศ เมื่อจัดทำหลักสูตรเสร็จได้ปรึกษากับอาจารย์สาขาวิชาภาษาอังกฤษบอกว่า หากพวกเราจะปั้นดินให้เป็นดาว อาจารย์ทุกคนต้องทำงานหนักแล้วก็มีนักศึกษาในที่ปรึกษาทุกคนแล้วก็โดยเฉลี่ยแล้วรู้สึกอาจารย์จะรับไม่กี่คน ประมาณ ๒๐ กว่าคนทำนองนั้นแล้วก็หารกันเลย อาจารย์ก็จะสนิทสนมกับนักศึกษาเนื่องจากอยู่ในมหาวิทยาลัย บอกว่ารุ่นแรกถ้าเราปฏิบัติโดยผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพได้แล้วก็เท่ากับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อยู่ตัว เพราะ นักศึกษารุ่นแรกจะเป็นคนนำชื่อเสียงมา แล้วคนอื่น ๆ พอรู้ถึงหลักสูตรว่ามีหลักการอะไร ดีอย่างไรบ้างก็จะมาเอง แล้วค่อย ๆ ได้นักศึกษาที่ดีขึ้น ๆ นั่นก็คือความคิด และคิดว่าวิชา English Speaking น่าจะเป็นประโยชน์กับ นักศึกษา แล้วประการหนึ่งที่คิดว่าเช่นสิ่งที่สนุกเพราะว่านักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กล้าแสดงออกและ กล้าพูด

          ตามระบบการศึกษาของไทยมองมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ประถม มัธยมศึกษา อนุบาลรู้สึกเด็กไทยถูกบีบคั้น มาก แล้วนักเรียนไปโรงเรียน อย่างไม่มีความสุข เพราะรู้ สึกเรียนเยอะแต่ไม่รู้อะไรเลย แล้วตามปกติเมื่อเรา เป็นนักเรียนตอนอยู่มั ธยมศึกษาปีที่ ๑ หรือระดับประถม เราไม่รู้หรอกว่าชีวิตเราต้องการจะเป็นอะไร แต่เราถูก บีบให้เลือกสายวิทยาศาสตร์ สายศิลป์ สายอะไรก็ไม่รู้ตั้งแต่ต้น แล้วเวลาจะเข้ามหาวิทยาลัย ก็ถูกบังคับว่าจะ ต้องไปสายนี้สายนั้นถึงจะเข้าได้ และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ ทำไมไม่ทำตัวเอง ให้ต่างจากคนอื่น ว่าในเมื่อเรามีการศึกษาทั่วไป นักเรียนจะเรียนศิลป์หรือวิทยาศาสตร์ก็ได้ และเมื่อเข้ามาเรียน ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แล้วจะจบสายไหน มาเข้าได้ทั้งหมด แล้วเมื่อจบการศึกษาในกลุ่มวิชาศึกษาทั่วไปแล้ว ก็แตกสาขาวิชา หรือค้นพบว่าเมื่อเรียนการศึกษาทั่วไปแล้ว แม้จะสมัคร เข้ามาสาขานี้ มีความรู้สึกชีวิตไม่อยาก เรียนสาขานี้ขอย้ายขอเปลี่ยน อย่างนั้นจำได้ว่าเคยเสนอ ส่วนเรื่องความคล่องตัวในการที่จะปรับนั้น นั่นแหละ คือความฝันของมหาวิทยาลัยนอกระบบในความคิดของตัวเอง นักศึกษาควรจะมีเสรีในการที่จะเลือกชีวิตของ ตัวเองไม่ใช่ว่าทนเรียน หรือไม่มีความสุขในการเรียน และโดยพื้นฐานนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เก่ง  แต่ว่าหลายครั้งมีความรู้สึกว่าอาจารย์ไปทำร้ายนักศึกษา อาจารย์มีความสำคัญกับนักศึกษามาก เราจะทำลาย หรือจะสร้างก็ได้ เพราะว่าตัวเองสอนภาษารู้ซึ้งเลยว่าถ้านักศึกษาไม่รับในวิชาที่เรียนเท่า กับเราทำร้ายนักศึกษา คนนั้นเลย เพราะสมัยนี้ถ้านักศึกษาไม่ชอบภาษาอังกฤษก็จะโตยากในการประกอบอาชีพ เพราะฉะนั้นถ้า อาจารย์ ภาษาอังกฤษสอนให้แล้วนักศึกษาไม่รับภาษาอังกฤษเท่ากับทำลายนักศึกษาไปในตัว เวลาสอนจะ พยายามที่จะไม่ให้นักศึกษารู้สึกว่ายาก เหลือเกิน แต่ไม่ทราบสำเร็จรึเปล่า ถ้ามีนักศึกษาที่ครูเคยสอนก็ตอบครู ด้วยแล้วกันว่าครูประสบความสำเร็จอันนั้นรึเปล่าในการที่ทำให้พวก หนูไม่ได้มีความรู้สึกว่าเรียนภาษาอังกฤษ ลำเค็ญเหลือเกิน ถูกบังคับเหลือเกิน คืออะไรก็ตามอยากจะฝากอาจารย์ทุกท่านว่าเวลาสอนนักศึกษา สอนให้ นักศึกษารักและเข้าใจในวิชาที่ตัวเองสอน และสอนให้นักศึกษารักที่จะค้นคว้าต่อ และสอนให้เข้าใจว่าชีวิตคน ไม่ได้จบอยู่ตรงแค่หนังสือ ตรงนั้น แต่หนังสือเป็นแค่พื้นจากนั้นก็ไปต่อยอดเอา แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่ต้องการ เน้นก็คือ บางครั้งนักศึกษามาเรียนรู้สึกเองว่าบางครั้งนักศึกษา มีความรู้สึกว่ามีปมด้อยเล็ก ๆ ว่าเรียนอะไรก็ไม่ ได้ฉันก็เลยต้องมาอยู่มหาวิทยาลัยอย่างนี้ อย่าไปคิดอย่างนั้น นักศึกษาทุกคนต้องภูมิใจกับ มหาวิทยาลัยของ เราและอาจารย์ต้องภูมิใจในมหาวิทยาลัยของเรา และภูมิใจในตัวเราแล้วเราจะไปได้ไปไกล และขอฝากไว้ว่า มหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์จงทำตัวให้ไม่เหมือนคนอื่น รับเถอะนักเรียนไม่ว่าศิลป์หรือวิทยาศาสตร์ นักเรียนเรียน ได้ เชื่อเถอะ จงไว้ใจเด็ก อันนี้ขอฝากผู้บริหาร แล้วก็ถ้ามีทางก็กรุณาเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างสิ่งที่ดีในอนาคต อยากให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์