ภาพประกอบ

(ภาพ : เจรจาความร่วมมือ)


วิดีโอ

(รองศาสตราจารย์ ดร.คณิต ไข่มุกด์)




 
ชื่อบุคคล : 

 
รองศาสตราจารย์ ดร.คณิต ไข่มุกด์
ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน : 3 ปี 9 เดือน 
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : อดีตผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษา
 
       วัฒนธรรมของคนใต้มีแง่คิดมีแง่มุมมีแง่วิจารณ์มากเพราะฉะนั้นการสอน เนื้อหาจะไม่ครบก็ไม่เป็นไร แต่ ว่าสิ่งที่สอนไปนักศึกษาต้องได้ นักศึกษาต้องรู้เด็กต้องฝังใจแล้วคณิตศาสตร์เป็นเรื่องทักษะ ถ้านักศึกษาไม่ ทำไม่มีทางบรรยายในห้องเรียนเสีย เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าในห้องจะต้องมีกิจกรรมตลอด นักศึกษาจะอยู่นิ่งไม่ ได้จะหลับไม่ได้ ก็จะมีการให้ทำแบบทดสอบ ให้คะแนนแล้วนักศึกษา ได้ทำ แล้วบอกเลยว่าให้เข้าใจในห้อง กลับบ้านก็การบ้านไม่ต้องมีเลย เหมือนกับว่าบางทีคุณจะเห็นไม่ค่อยเอาใจใส่ แต่อยากจะให้นักศึกษา เข้าใจ เลยเพราะว่าคณิตศาสตร์ถ้าไม่เข้าใจในห้องกลับไปถามเพื่อนก็ไม่เข้าใจ เป็นเรื่องทักษะเหมือนภาษาอังกฤษ ต้องเริ่มต้นที่การสร้างสิ่งแวดล้อมเพราะฉะนั้นการที่ทำแบบนี้พอสร้างสิ่งแวดล้อมได้ เช่น ทำไมฝรั่งมาอยู่เมือง ไทยสามสี่วันทำไมพูดได้แล้วทำไมคนไทยไปอยู่เมืองนอก สักเดือนสองเดือนเราก็ฟังข่าวได้แล้ว โดยที่ไม่ใช่ ความรู้ที่เรียนมาเลย แต่ว่าสิ่งที่เรียนในห้องเรียนทำให้พัฒนาเร็วขึ้น หลังจากที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดีแล้ว

       ตอนนั้นก็มีเหตุผลสองประการ ตอนนั้นอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตราชเทวีที่คณะสาธารณสุข ศาสตร์ เริ่มต้นจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวิทย์ ศิลาวัชนาไนยโทรศัพท์มาหา แล้วก็บอกว่ามาทานข้าวกัน หน่อยไม่ได้บอกว่ามาที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ แล้วก็พอหลังจากที่ได้ทานข้าวกับท่าน รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวิทย์ ศิลาวัชนาไนย แล้วก็ศาสตราจารย์ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ท่านก็บอกว่า ได้รับการแนะนำจาก รอง ศาสตราจารย์ ดร.ไทย ทิพย์สุวรรณกุล มาหลายต่อนะครับ ก็บอกว่าน่าจะกลับไปช่วยภาคใต้เพราะว่าจริง ๆ อาจารย์ก็เป็นคนใต้ นั่นเป็นเหตุผลที่หนึ่ง เหตุผลที่สองก็อยู่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มาตลอดเกือบ ๒๐ ปี แล้วก็พอมาอยู่กรุงเทพฯ คนบ้านนอกพอมาอยู่กรุงเทพมหานคร ก็ลำบากเรื่องการเดินทาง เรื่องการเป็นอยู่ ก็ เลยตัดสินใจจริงๆ ก็สองเหตุผลนี้ที่กลับไปเพราะภาคใต้ แล้วก็ไปเริ่มต้นที่มหาวิทยาลัยใหม่

  

         ระบบของศูนย์บริการการศึกษา เข้าใจว่าต้องเป็นระบบเร่งด่วนต้น ๆ เลยเพื่อให้พร้อมรับนักศึกษาการ วางแผนแล้วก็ดำเนินการรับนักศึกษาตามเวลาที่กำหนดเอาไว้จนได้ระบบและเป็นระบบที่ทันสมัยมาก ก็ด้วย เหตุผลที่ว่าอยากจะให้นักศึกษาลงทะเบียนที่ไหนก็ได้เวลาไหนก็ได้จ่ายเงินอย่างไรก็ได้ ใช้ระบบออนไลน์หมด เป็นเล็กทรอนิกส์หมด นั่นคือแนวคิดที่อธิการบดีให้ไว้ก่อนที่จะไปทำงาน เพราะฉะนั้นเตรียมการตั้งแต่อยู่อาคาร SM Tower หรือหน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ แล้วว่าระบบที่มองเห็นน่าจะเป็นอย่างไรก็มีประเด็น หนึ่งว่าถ้าพัฒนาเองคงไม่ทัน ก็ได้ตัดสินใจ Outsource ความจริงบริษัทที่ Outsource ก็เป็นบริษัทแรกที่ทำตัว ระบบการบริการการศึกษา ก็เป็นห่วงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็เน้นที่ TOR จะต้องครอบคลุม จะต้องชัดเจน เพราะฉะนั้นใช้เวลาไปกับ TOR มาก ไม่ต่ำกว่า๖ เดือนทำ TOR ออกมาแล้วก็มีตัว TOR ให้บริษัทไปอยู่ที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เลย เป็นเวลา ๖ เดือนเพื่อที่จะพัฒนาตัวโปรแกรมนี้ให้ทันจริง ๆ ช่วงนั้นเทคโนโลยี สารสนเทศมีอิทธิพลต่อวงการต่างๆมากด้วย แล้วก็เห็นแนวโน้มว่าศูนย์บริการการศึกษาจะต้องทันสมัยจริง ๆ ในส่วนของการเตรียมการที่รับนักศึกษาไม่ทันไม่ใช่ระบบ คิดว่าน่าจะเป็น Infrastructures อย่างอื่นมากกว่า แต่ว่าจริง ๆ ระบบการศึกษาเสร็จทัน แล้วก็พัฒนาเสร็จภายใน ๖ เดือน TOR เป็นปีหนึ่งก็แล้วเสร็จ แล้วตอนนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็เป็นต้นแบบ

        ความจริงศูนย์บริการการศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไปไกลนะจริง ๆ ทันสมัยไปมากแล้ว ก้าวต่อไป ผมนึกถึง SIN นะ SIN Standard ตอนนี้หลักสูตรต่อไปในอนาคต หมายความว่าหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยร่วมมือ กับต่างประเทศ เอาแค่ในอาเซียนก่อนก็ได้ ในมาเลเซีย ในสิงคโปร์ น่าจะเป็นหลักสูตรเดียวกัน สมมุติถ้าสาขา เดียวกัน เช่น ด้านไอที ถ้าเป็นมาตรฐานเดียวกันนั่นก็แสดงว่าสามารถทำ Student Exchange การแลกเปลี่ยน อาจารย์ก็ได้ เป็น Visiting Professor ก็ได้ อีกประเด็นหนึ่งก็คือเราต้องเป็นหลักสูตร International เป็น ไอตัว ที่สอง International ถ้าเป็น International ก็สามารถยกระดับมหาวิทยาลัยขึ้นได้ด้วย เหมือนกับนักศึกษา ที่ลงทะเบียนเรียนใน เทอมหนึ่งเรียนที่นี่เทอมต่อไปไปเรียนที่โน่นก็ได้ ถ้ามหาวิทยาลัยเตรียมการตรงนี้ได้ อีกประเด็นหนึ่งที่ผมมองน่าจะเป็น Network SIN ครบแล้วสามตัว เครือข่ายสำคัญ ทุกวันที่ทำงานอยู่ทุกวันนี้คือ เพื่อนนั่นเอง ถ้าเครือข่ายพูดง่าย ๆ ก็คือเพื่อน เพราะฉะนั้นเครือข่ายหรือเพื่อนผมว่าเป็นประเด็นสำคัญเลยจริง ๆ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาก็ทำอยู่แล้วเรื่องนี้ แต่ว่าถ้าเป็นศูนย์บริการการศึกษา อาจจะมีเครือข่าย เฉพาะ เครือข่ายไอที เครือข่ายบรรณารักษ์ก็มีแล้ว เครือข่ายห้องสมุดก็มี เพราะฉะนั้นประเด็นนี้แหละจะเป็นสิ่ง ที่ช่วยให้ พัฒนาขึ้นเป็นผู้นำ           และสิ่งที่อยากจะฝากไว้คือ อันที่หนึ่งก็ต้องนึกถึงน้อง ๆ ศูนย์บริการการศึกษาก่อน บุคคลเหล่านี้ผมได้ ใกล้ชิดมาก่อน ก็ต้องขอบคุณน้อง ๆ ที่ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจในช่วงเริ่มต้นจนกระทั่งพัฒนาศูนย์บริการการ ศึกษามาถึงตรงนี้ ที่จำได้อีกรองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ เพรสคอทท์ คนหนึ่ง ผู้ช่วย ศาสตราจารย์อุหมาด หมัดอาดั้มที่ขี่จักรยานด้วยกันสมัยก่อนนะ อาจารย์รัชดา ภิรมย์รัชต์ อาจารย์รัตนสิทธิ์ ทิพย์วงศ์ ก็ฝากว่าความ จริง ผมว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นี่ได้เปรียบมาก ได้เปรียบมากกว่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีอีก เพราะ ว่าโครงสร้างดีมาก เนื่องจากศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน มีประสบการณ์จากที่นี่แล้วแก้ไขเกือบหมดเลย ผมว่าโครงสร้างระบบน่าจะพอดีแล้ว วัฒนธรรมบุคคลอาจจะ มีส่วนบ้าง คนใต้นี่เก่ง แต่ต้องยอมรับความเห็น ของกันและกันและก็ฝากน้อง ๆ ว่าจริง ๆ แล้ววัฒนธรรมของภาคใต้นี่ดีอย่างหนึ่ง ถ้าเรามอง ลึก ๆ วัฒนธรรม ของคนใต้เขาเป็นคนช่างประเมิน ช่างเห็น ช่างเสาะ เหมือนกับติดตามประเมินผลเลยผมมองว่า เพราะฉะนั้นควร ใช้ข้อดีตรงนี้มาพัฒนาหน่วยงาน เพราะฉะนั้นถ้ามหาวิทยาลัยทำใจและรับฟังความคิดเห็นอันนี้ก็จะสามารถที่จะ พัฒนางานขึ้นไปได้และผมก็เข้าใจว่าท้ายที่สุดแล้วมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็คงจะไปเป็นอันดับแนวหน้าของ ประเทศ เพราะว่าข้อดีของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเป็นมหาวิทยาลัย Comprehensive มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ดังได้ทุกเรื่อง