ภาพประกอบ

(ภาพ : สำรวจอาคารที่กำลังก่อนสร้าง)


วิดีโอ

(รองศาสตราจารย์ ดร.วิภาวี พิจิตรบันดาล)




 
ชื่อบุคคล : 

 
รองศาสตราจารย์ ดร.วิภาวี พิจิตรบันดาล
ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน : 4 ปี 9 เดือน 
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ,อดีตรองคณบดีสำนักวิชาการจัดการ
 
      การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ความรื่นเริง ความกระตือรือร้น ขยันขันแข็ง แล้วช่างซักของ นักศึกษา เวลาคุยอะไรยกมือเดี๋ยวถาม ๆ แล้วสนุกมากความรู้สึกเป็นการศึกษาที่ไม่เจอในลูกศิษย์ที่อื่นเลย ลูกศิษย์ที่อื่นจะนั่งเฉยๆ ไม่มี ลูกศิษย์ที่นี่จะถามอาจารย์ ๆจะได้ตอบ เช่น ผมว่าอย่างนี้นะ เรียกว่าเหมือนการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้วสนุกสนาน  มันไม่มีเสียงโมโนโทนของครู คือความประทับใจนักศึกษาที่น่ารัก  และอีก สิ่งหนึ่งคือมีความประทับใจแล้วเคารพรักท่านศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้านมาก ท่านจะชอบรับฟังปัญหาที่ แต่ละหน่วยงานเสนอมาแล้วช่วยกันแก้ นั่นคือสิ่งที่ประทับใจ และท่านบริหารจัดการประชุมได้เก่งมาก ได้พบ กับอธิการบดีมาแล้วไม่รู้กี่คน อธิการคนนี้คือศาสตราจารย์ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ท่านเป็นคนเก่งที่สุด ท่านบริหาร จัดการประชุมได้กระชับ ได้เรื่องได้ราว ตรงเวลา บางทีวาระเป็นแฟ้มใหญ่ สามชั่วโมงก็คือสามชั่วโมง สอง ชั่วโมงคือสองชั่วโมง

         มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ควรปรับหลักสูตรมาเรียนในรายวิชาที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจชุมชนหรือปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงที่ตอนนี้เป็นกระแส แล้วผลการพัฒนาที่ผ่านมาพบว่าถ้ามหาวิทยาลัยเน้นวัตถุนิยม เน้นวัตถุ นิยมสุดขั้วจะไม่ได้ผล แต่คิดว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ไม่มีในเรื่องนี้มากนัก เพราะเท่าที่ทำมาไม่มีวิชาเกี่ยว กับเศรษฐกิจพอเพียงเลย ซึ่งน่าเสียดายมาก มีผู้รู้ได้บอกว่าวิชาแรกที่น่าสนใจเป็นวิชาปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง วิชาที่สองก็คือทฤษฎีและแนวคิดตามรอยพระราชดำริ ซึ่งสองวิชานี้ควรให้นักศึกษาได้เรียน คือถ้า ไม่เรียนรู้สองวิชานี้จะตามกระแสไม่ทันแล้วบัณฑิตที่จบก็นำพาเศรษฐกิจไม่รอด

         จะฝากก็คือว่ายังมีความรู้สึกที่ดีกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อยู่ ก็อยากให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง นี่ก็คือความในใจแล้วก็กระตุ้น ให้ลูกศิษย์ที่กลับมาเป็นอาจารย์รุ่นใหม่ให้ผลิตลูกศิษย์ให้ดีกว่านี้ขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็คือเข้าถึงมวลชน เข้าถึงปวงชนและชนชั้นล่าง แก้ไขความยากจน อย่าไปคิดว่าจบไปจะไปนั่งโต๊ะ จะไปเป็น หัวหน้าให้คิดถึงชาวบ้าน แล้วถ้ามาจากชนบทเมื่อจบแล้วถ้าไปช่วยท้องถิ่นได้ก็น่าจะกลับไป เพราะฉะนั้นถ้า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะให้ทำอะไรให้ ก็ยินดีมาก