ภาพประกอบ

(ภาพ : มาตุภูมิ1)


(ภาพ : มาตุภูมิ2)


(ภาพ : มาตุภูมิ 3)


(ภาพ : คณะกรรมการฯ เข้าเฝ้าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าฯ)


(ภาพ : วันพระราชทานปริญญาบัตร)


(ภาพ : วันสถาปนามหาวิทยาลัยปีที่ 14)


เอกสารประกอบ

(คำสั่งแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฯ)


วิดีโอ

(คุณวัชรา หงส์ประภัศร)




 
ชื่อบุคคล : 

 
คุณวัชรา หงส์ประภัศร
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ,อดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อให้มีมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ,คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
 
คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย  ตั้งแต่ว้นที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา

        อันที่จริงการเรียกร้องให้มีมหาวิทยาลัยที่นครศรีธรรมราช มีมาก่อนที่จะมาเกี่ยวข้องเป็นสิบ ๆ ปี หมายถึงอาจจะยี่สิบปีเลยก็ได้แล้ว ก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวเลยในตอนแรก ๆ ก็เพียงแต่แว่ว ๆ เท่านั้นเองว่าได้มีการเรียกร้องตั้งแต่ครั้งคุณนิเวศ เกตุชาติ  ซึ่งตอนนั้นอาจารย์สมพุทธ ธุระเจน ได้เข้าไปกี่ยวข้องด้วย ตอนที่คุณนิเวศ เกตุชาติ ทำเรื่องนี้ แล้วก็เกิดเอกสารประวัติศาสตร์คือโครงการแผนแม่บทและโครงการ จัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องนั้นเกิดขึ้นในสมัยที่คุณนิเวศ เกตุชาติ จะเรียกว่าเป็นประธานรณรงค์ก็ได้ แต่ไม่ได้ตั้งตำแหน่ง ก็มีหลายท่านที่อยากจะเอ่ยชื่อถึงคุณจรัส โพธิศิริ แล้วก็เกือบจะสำเร็จเสนอเป็นพระราชบัญญัติแต่เกิดยุบสภา และได้เข้าไปมีส่วน เกี่ยวข้องตอนปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ช่วงนั้นก็อยู่ที่บ้านหลังนี้และยังมีอาจารย์สมพุทธ ธุระเจน มีคุณเชาวน์ เลาหอารีดิลก ทันตแพทย์อรุณ ธรรมา แล้วก็คุณสมบูรณ์ ภารพบ แล้วก็มีคุณธีรวัฒน์ ลีละพันธ์ ชวนกันมาพบเพื่อให้ร่วมมือกันเพื่อเรียกร้องให้มีมหาวิทยาลัย โดยเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ที่จังหวัดอื่น ๆ จะได้มหาวิทยาลัยกันประมาณ ๑๔ แห่ง หนังสือพิมพ์ลงแต่ไม่มีชื่อจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งที่นครศรีธรรมราช เรียกร้องกันมามากแล้วก็น่าเสียใจอย่างยิ่ง ถ้าตกชื่อไปครั้งนี้เพราะครั้งนี้เห็นว่าได้แน่ ก็จะต้องมีการรณรงค์ให้เกิดขึ้น ว่าจะมีการประชุมกัน คืนนี้ที่โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชตอนกลางคืน ฟังเรื่องแล้วก็เห็นด้วยว่าจะต้องต่อสู้กันที่จะให้ได้มาซึ่งมหาวิทยาลัย แล้วก็ไปร่วมประชุม ด้วยในคืนนั้นซึ่งมีคนมาประชุมกันเกือบร้อยคน มีคุณเอนก สิทธิประศาสน์ ซึ่งท่านเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น ก็มีการประชุมกันอย่างเครียดมากในคืนนั้น เพื่อที่จะลงมติว่าจะทำอะไรได้บ้าง แล้วก็มีประเด็นหนึ่งเกิดขึ้นในคืนนั้นก็คือว่าเราจะทำในรูปแบบอย่างไรก็ลงมติ กันว่าเราจะทำในรูปแบบคณะกรรมการรณรงค์ ได้มีการรวบรวมรายชื่อของบุคคลที่จะเรียกร้องเพื่อให้มีมหาวิทยาลัยเป็นชื่อเพราะฉะนั้น ชื่อนี้เลยยาว แต่ชื่อนี้จะบอกหมดเลยถึงวัตถุประสงค์ ถึงเป้าหมาย  คณะกรรมการรณรงค์เพื่อให้มหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้วก็มีการลงคะแนนเลือกกัน แล้วตกลงก็ได้ผมเป็นประธาน ก็แบ่งงานแบ่งฝ่ายว่าจะมีการทำอะไรบ้าง มาพูดกันในแง่ที่ว่าไม่ใช่เอาคน จำนวนมากไปเดินขบวนไม่ใช่อย่างนั้นแต่จะเสนอถึงศักยภาพที่มีอยู่ มีความเหมาะสมอย่างไร มีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องมีมหาวิทยาลัย ว่ากันด้วยเหตุด้วยผลก็สรุปว่าจะต้องเน้นไปในเรื่องวิชาการ เพื่อแสดงให้เห็นว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชมีศักยภาพอะไรบ้าง แล้วคณะกรรมการ ก็ได้ตั้งฝ่ายขึ้นมาชื่อคณะกรรมการฝ่ายรณรงค์เพื่อประชามติหรือเรียกว่า ฝ่ายก่อม็อบ มีอาจารย์ศุภโชค ฉิวทอง เป็นประธาน ฝ่ายเอกสาร มีอาจารย์จรูญ เพ็ชรมุณี เป็นประธานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ตอนนั้นเป็นวิทยาลัยครู ฝ่ายข้อมูลนักศึกษาความพร้อม ซึ่งหมายถึง ฝ่ายสังเคราะห์ วิเคราะห์เอาข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมด อาจารย์ประเสริฐ จริยานุกูล ซึ่งท่านเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยครู แล้วมีฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายนี้ก็มีความสำคัญมาก อาจารย์สมบูรณ์ ภารพบ เป็นประธานฝ่ายติดตามประเมินผล อาจารย์เพิ่มศักดิ์ นนทภักดิ์ เป็นผู้อำนวยการ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ แล้วฝ่ายที่สำคัญที่สุด  ถ้าไม่มีฝ่ายนี้แล้วงานไม่เดินก็คือฝ่ายเลขานุการอาจารย์สมพุทธ ธุระเจน ท่านกรุณารับฝ่ายของท่านเข้มแข็งมาก มี ดร.สายสวาท เกตุชาติเป็นรองประธาน มีอาจารย์จรัส โพธิศิริ อาจารย์อุดม อักษรนิก อาจารย์วิเชียร แก้วบุญส่ง แล้วก็เลขาของเลขานุการของคณะคืออาจารย์วิมล รังษี กับอาจารย์สุรพล เรืองรองเป็นผู้ช่วย ซึ่งงานนี้หนักมาก แล้วก็คณะนี้ทำงานจนได้เกิด ผลออกมาอีกหลายประการ แล้วก็เริ่มงานตั้งแต่วันแรกเลย พอตั้งคณะ ทำงานขึ้นมาก็แยกย้ายกันทำงานนะครับ โดยเฉพาะฝ่ายวิชาการลงมือ ทำงานทันที ต้องทำเอกสารสรุปออกมาให้เห็นว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชมีศักยภาพอย่างไร แล้วก็กำหนดรูปแบบด้วยว่าจะตั้งมหาวิทยาลัย เพื่อเรียกร้องจากรัฐบาลในรูปแบบอย่างไร โดยวิธีอะไร ตอนแรกก็เสนอรูปแบบ คือ จะต้องให้ทำได้โดยรัฐบาลมีเงินทุนเพียงพอในรูปแบบนี้ คือรูปแบบที่รวมสถาบันการศึกษาที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะสถาบันในระดับอุดมศึกษา คือวิทยาลัยครู วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยเกษตร วิทยาลัยอาชีวะที่มีอยู่แล้วรวมกันขึ้นมาเพื่อตั้งเป็นมหาวิทยาลัย เพราะวิธีนี้คิดว่าจะทำให้เป็นผลขึ้นมาได้ง่ายที่สุด เมื่อเสนอไปแล้วก็มีฝ่าย รณรงค์เพื่อทำประชามติก็ทำงานอย่างต่อเนื่องกันไป และก็เกิดการรวมตัวขึ้นมาเพื่อที่จะให้ได้คนเป็นแสน แล้วก็จะจัดชุมนุมกันที่สนามหน้าเมือง พอเกิดข่าวว่าจะมีคนมาเป็นแสน ฝ่ายทหารก็เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเกี่ยวกับความสงบ โดยเกรงว่าจะเกิดความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้น ตอนนั้นพลโทวันชัย จิตจำนงค์ เป็นแม่ทัพภาคที่ ๔ ท่านก็ติดต่อมาทางผู้ว่าราชการจังหวัดขอพบคณะกรรมการแล้วก็มีการประชุมร่วมกัน ๔ ถึง ๕ คน รวมทั้งฝ่ายตำรวจด้วย โดยหลักการที่ว่าการชุมนุมชุมนุมได้แต่ว่าการเคลื่อนย้ายคนเข้าไปกรุงเทพมหานครอาจจะมีปัญหา เพราะคิดว่าจะเดินขบวนเข้ากรุงเทพฯ เพื่อจะแสดงพลังอย่างเต็มที่เลย ฝ่ายทหารคิดว่าความไม่สงบอาจจะเกิดขึ้นแน่ คนเป็นจำนวนหมื่น ๆ แสน ๆ ที่จะเดินขบวนก็บอกว่าจะติดต่อพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดและพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก จะมาพบชาวบ้านที่มาชุมนุมอยู่ ส่วนที่จะเข้ากรุงเทพฯให้เดินทางไปได้เฉพาะที่เป็นหัวหน้าหรือเป็นกำลังหลักในการรณรงค์ฯ ตกลงถึงวันนัด ก็เป็นไปตามนั้น พลเอกอาทิตย์ กำลังเอกก็มา ชาวนครศรีธรรมราชก็มา ผมว่าไม่ถึงแสน แต่หลายหมื่นคน คณะกรรมการเมื่อเข้าไปอยู่ที่ ชุมนุมแล้วไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้เพราะมองไปเต็มไปด้วยผู้คนเต็มไปหมด ท่านมา ท่านก็รับปากว่าเห็นด้วยในการที่จะให้ จังหวัดนครศรีธรรมราชมีมหาวิทยาลัย เพราะเมืองใหญ่อย่างนี้ คือความพร้อม นอกจากว่าความพร้อมเรื่องผู้สอน ผู้เรียนตัวป้อนยังสูงที่สุด ในบรรดาจังหวัดต่าง ๆ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ตัวป้อนคือนักศึกษาที่จะไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย แล้วเรื่องความพร้อมที่ว่าเป็นศูนย์กลาง ท่านบอกว่านครศรีธรรมราช  ยังไงก็เป็นศูนย์กลาง เป็นศูนย์กลางด้านพระพุทธศาสนาและวัดจากเหนือมาใต้ คณะกรรมการได้ข้อสรุปว่าจะไม่เดินขบวนเข้ากรุงเทพมหานคร แต่จะไปเฉพาะคณะกรรมการฯ และในการที่จะให้คนมาร่วมชุมนุมมีการดำเนินการหลายอย่าง เรามีสติ๊กเกอร์ติดรถ ซึ่งเขียนด้วยข้อความต่าง ๆ และติดที่รถทุกคันชาวนครศรีธรรมราชก็ตื่นตัวกันอย่างมาก ตามบ้านจะมีป้ายผ้า แม้ความ ร่วมมือที่ได้รับจะน่าพึงพอใจ แต่การจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่นครศรีธรรมราชกลับมีอุปสรรคเรื่อยมา เพราะรัฐบาลประสบกับปัญหาสภาพคล่อง จึงต้องเลื่อนโครงการออกไปเรื่อย ๆ แต่เป็นโชคดีที่ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ได้มาเป็นประธานโครงการเนื่องจากท่านดูแลเรื่องนี้  มาตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งปลัดทบวงมหาวิทยาลัย จึงทำให้นครศรีธรรมราชได้มหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบมาจนถึงปัจจุบัน

         ในช่วงนั้นมีเหตุการณ์หนึ่งที่ควรบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์คือว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชมีความ เห็นว่าน่าที ่จะไปเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่่หัว ก็ได้นำคณะกรรมการรณรงค์ทั้งหมดประมาณ ๓๐ คนไปเข้าเฝ้าที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ท่านโปรดเกล้าให้พระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์เข้าร่วมด้วย หนังสุชาติได้ไปแสดงด้วย คณะกรรมการได้ทูลเกล้าถวายแผนแม่บทของโครงการจัดตั้ง พระองค์ท่านท่านก็ได้รับไว้ แสดงว่าพระองค์ท่านได้ศึกษาเรื่องนี้โดยตลอด  พระองค์ท่านได้ทราบเรื่องนี้โดยตลอด พระองค์ท่านได้อธิบายให้ฟังว่าการที่จะมีมหาวิทยาลัยในนครศรีธรรมราช ทรงเห็นด้วย เห็นด้วยนะ พระราชดำรัสออกจากพระโอษฐ์ แต่ก็ต้อง เห็นใจรัฐบาล เพราะต้องอาศัยเงินจำนวนมาก แล้วการที่จะใช้เงินจำนวนมากไม่ใช้กับการที่สร้างอาคาร ในการทำให้มีมหาวิทยาลัย แต่ค่าดำเนินการที่ต้องใช้ตลอดไป สิ่งนี้คือสิ่งที่ต้องคำนึงถึง ท่านมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับเรื่องมหาวิทยาลัยนี้เกือบครึ่งชั่วโมงแสดงถึงว่าพระองค์ได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างดี  ความประทับใจในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  ส่วนอีกเรื่องที่ประทับใจ คือการเป็นประธานคณะกรรมการรณรงค์ให้มีมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเรื่องที่ไม่ได้คิดแล้วไม่ได้คิดจะทำเลยคือไม่ได้คิดจะทำประวัติศาสตร์เพื่อตัวเองเพื่อชื่อเสียงอะไรทั้งสิ้น เป็นความรู้สึกที่แท้จริง แต่พอเริ่มแล้ว ก็อยากให้สำเร็จ แต่ไม่ได้คิดว่าสำเร็จเพื่ออะไร เพื่อเราจะได้อะไร ในเรื่องอนาคตของมหาวิทยาลัยอย่าไปตั้งความหวังในลักษณะที่เป็นของคนใดคนหนึ่ง เป็นของที่ดำรงอยู่ด้วยตัวของมหาวิทยาลัยเอง มหาวิทยาลัยก็เหมือนบุคคลเหมือนกันจะต้องประกอบด้วยบุคคลอื่น ๆ อีกหลายคน ไม่สามารถบอกได้และไม่ควรมีความอยากด้วยว่าอยากจะให้เป็นยังไงเพราะผูกขาดไม่ได้