ภาพประกอบ

(ภาพ : ตรวจรับการก่อสร้างอาคาร)


วิดีโอ

(อาจารย์รัชฎา ภิรมย์รัตน์)




 
ชื่อบุคคล : 

 
อาจารย์รัชฎา ภิรมย์รัตน์
ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน : 2 ปี 8 เดือน 
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร
 
           ความประทับใจมากที่สุด จริง ๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับระบบงานในภาพรวม มหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์จะต้องสร้างระบบ สร้าง การบริหารจัดการที่เป็นของตนเอง ทีนี้ตอนไปก็จะรับผิดชอบในงานใน ส่วนงานต่าง ๆ ค่อนข้างมาก รับผิดชอบทุกส่วนเลยตั้งแต่ส่วนสารบรรณ การเจ้าหน้าที่ พัสดุ การเงินและบัญชี ประชาสัมพันธ์ อาคารสถานที่ เพราะฉะนั้นก็จะต้องพัฒนาระบบ ทำงานแบบประเภททำไปด้วยสร้างระบบไป ด้วย จะเป็นความยากเพราะอย่างนั้นการที่ทำงานไปด้วยโดยไม่มีระบบรองรับ ทำไปก็สร้างระบบไป เรื่องไหน ผิดก็รีบสร้างขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นในส่วนงานที่เยอะมากบางทีต้องไปกำหนดแบบฟอร์ม กำหนดแนวปฏิบัติ กำหนดหลักเกณฑ์ กำหนดทุกอย่างเพื่อให้รองรับ ถ้ามองในภาพรวมมองมาถึงจุดนี้ที่เป็นอยู่ก็มีความรู้สึกว่าก็ ภาคภูมิใจว่าในช่วงที่อยู่ทำงานที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ปูทางและวางรบบ ตรงนี้เป็นพื้นฐานไว้พอสมควร ถึงแม้ว่าจะไม่สมบูรณ์แต่ก็เหมือนมีกรอบให้ทำได้แล้ว ต่อไปมหาวิทยาลัยก็จะต้องพัฒนาเองจะปรับเปลี่ยนเอง ไปตามสถานการณ์ก็แล้วแต่มหาวิทยาลัย ถ้ากรอบตรงนั้นใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ปัจจุบันก็ปรับเปลี่ยนไป เพราะอย่างนั้นเรื่องนี้ก็จะเป็นความ ภาคภูมิใจส่วนหนึ่งที่ว่าได้มีโอกาสร่วมในการสร้างระบบงานบริหารให้กับ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งหนึ่งก็คือมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตรงนั้นก็จะเป็นความภาคภูมิใจอีกส่วนหนึ่ง จริง ๆ ก็อยากจะขอบอกเลยว่าบุคลากรที่อยู่สายปฏิบัติการก็รู้สึกประทับใจมาก จริง ๆ เจ้าหน้าที่ ของ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นคนที่มีประสิทธิภาพและเป็นคนกระตือรือร้นมาก พนักงานของมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ต้องขอบอกกัน ว่าทั้งอึดทั้งทนทั้งเก่ง แล้วมีความคิดสร้างสรรค์ สร้างระบบ เพราะฉะนั้นน้อง ๆ สายปฏิบัติการวิชาชีพทั้งหลายมีส่วนช่วยในสร้างสรรค์งาน และสร้างความประทับใจที่ได้เกิดขึ้นด้วยร่วมงาน กันมานั่นเอง            ในส่วนที่เป็นเหมือนความคาดหวังที่อยากเห็นก็อาจจะเป็นเรื่องของการสร้างคุณภาพ สร้างคุณภาพทั้ง ด้านคณาจารย์หรือด้านที่ ปฏิบัติงานสายอื่น แล้วก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย สิ่งที่อยากให้รักษาไว้ อย่างหนึ่งที่ชอบมาก ๆ ก็คือความเป็นเมืองมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรก ที่เป็นเอกลักษณ์ที่สามารถบอกคนอื่นได้ว่าจัดแบบเป็นเมืองมหาวิทยาลัย เมื่อเข้าไปจะมี ทุกสิ่งทุกอย่าง เบ็ดเสร็จอยู่ในเมือง แล้วก็เมื่อสมัยก่อนจะเห็นว่ามีจักรยาน มีการป้องกันมลพิษมลภาวะไม่ให้มีรถมีสิ่งที่เป็น มลพิษเข้าไป มีสิ่งอำนวย ความสะดวกเบ็ดเสร็จในเมือง ซึ่งอยากเห็นมาก ตรงนั้นอยากจะให้คงความเป็น เอกลักษณ์ของความเป็นเมืองมหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์จะเป็นจุดเด่นของมหาวิทยาลัย กลัวจะแบบประเภทลืมแนวคิดนี้ไป แล้วก็ส่วนหนึ่งก็คืออยากให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์สามารถพัฒนา องค์กรแล้วก็ระบบงานของตนเองให้เหมาะกับภารกิจทั้งด้านบริหารและวิชาการ ให้สามารถเป็นต้นแบบของ มหาวิทยาลัยในกำกับได้ ขณะนี้มหาวิทยาลัยยังพูดได้ไม่เต็มปากว่าเป็นต้นแบบ แต่ก็อาจจะเป็นต้นแบบระดับ หนึ่ง พัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อย่างไรเพื่อให้มา ติดอันดับหนึ่งในสิบของประเทศของการประเมินจาก สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาในอนาคตเพื่อที่จะให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็เป็นมหาวิทยาลัย ต้นแบบอีกแห่งหนึ่ง

        สำหรับเหตุผลที่ไปปฏิบัติงานที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ต้องย้อนหลังไปเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้น ถ้าจะจำกันได้ก็จะมีมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเกิดขึ้น ๒ แห่ง แห่งแรกก็คือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งก็ได้ดำเนินการไปล่วงหน้าแล้ว ก็จะมามีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในขณะนั้นก็เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของวงการ การศึกษาอยู่เหมือนกัน ที่ว่ามีมหาวิทยาลัยรูปแบบใหม่เกิดขึ้นซึ่งทุกคนก็จะติดตามแล้วก็เฝ้าดูตรวจสอบ ข้อมูลว่าเป็นไปได้หรือที่จะมีมหาวิทยาลัยรูปแบบมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่จะออกจากส่วนราชการ แล้ว ก็มีความอิสระในการบริหารงานของตนเอง ทุกคนก็ให้ความสนใจ แล้วก็รู้สึกชื่นชมในหลักการและรูปแบบของ มหาวิทยาลัย ชื่นชมอยู่ในใจแต่ก็ยังไม่ได้มีแรงบันดาลใจหรืออะไรว่าจะต้องไปทำงานหรือไปร่วมงานด้วย เพียงแต่คิดว่ารูปแบบนี้ก็ดี ต่อมาก็เหมือนกับมีความบังเอิญมากกว่า ซึ่งอยู่ดี ๆก็จะมีผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ตอนนั้นรู้สึกว่าจะเป็นรองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวิทย์ ศิลาวัชนาไนย ดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิการฝ่ายวิชาการ แล้วก็ดูแลในการหาบุคลากรเพื่อไปช่วยมหาวิทยาลัย ท่านก็โทรศัพท์มาโดยไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ท่านก็มาเกริ่นพูดขึ้นว่า มีความสนใจอยากจะเชิญไปร่วมงาน ก็รู้สึกแปลกใจแล้วก็ตกใจว่าเป็นสิ่งที่สนใจอยู่ แล้ว  และก็เป็นสิ่งที่เป็นรูปแบบที่อยากจะลองดูลองทำ ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่คิดว่าอยากจะทำอยากจะช่วยอยู่แล้ว แล้วท่านก็มีแนวทางในการติดตามทุกวันเลย จนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องให้คำตอบ และให้มีการตัดสินใจ ซึ่งก็ ค่อนข้างยากเพราะว่ารับราชการมาก็ ๒๐ กว่าปีแล้วถ้าออกไปก็จะต้องลาออก ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตก็ต้องเปลี่ยน ทุกสิ่งทุกอย่าง ย้ายไปอยู่ทางโน้นเป็นเรื่องใหม่หมดแต่ว่าจากการที่ถูกติดตามถึงการตัดสินใจมาก ก็เลย ตัดสินใจไป โดยเฉพาะส่วนหนึ่งในแง่ส่วนตัวก็เป็นคนจังหวัดภูเก็ตก็คิดว่าเป็นภูมิภาคเดียวกันการใช้ชีวิตอยู่ที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ซึ่งก็เป็นจังหวัดนครศรีธรรมราชก็น่าจะเป็นการที่มีความรู้สึกคุ้นเคยได้ เรื่องนั้นก็ เป็นเหตุผลหลักที่ตัดสินใจไปแล้วก็ด้วยความชื่นชมในรูปแบบของมหาวิทยาลัย

       ในขณะนั้นส่วนของการวางระบบต่าง ๆ นั้นก็จากการที่รูปแบบมหาวิทยาลัยในกำกับจะต้องใช้ระบบ บริหารการจัดการเป็นของตนเองและมีความเป็นอิสระ เพราะฉะนั้นความยากลำบากในการที่จะพัฒนาองค์กร และระบบงานก็จะมีค่อนข้างมาก เป็นการพัฒนาระบบที่ไม่มีต้นแบบ ตอนนั้นไม่มีต้นแบบและก็ไม่มีที่ไหนที่ ให้ลอกเลียน ตอนนั้นอาจจะมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีแต่ก็ในลักษณะที่เป็นทางด้านเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบคือมีครบทุกด้าน แต่บางครั้งก็จะใช้ได้ในลักษณะที่ ประยุกต์สิ่งต่าง ๆ แต่ก็จะเป็นปัญหาอยู่ว่าเหมือนกับไม่มีต้นแบบให้ลอกเลียน ลักษณะเดียวกันเป็นเรื่องใหม่ ก็ขาดผู้รู้ผู้เล่นทางด้านนี้ แล้วก็ต้องใช้วิธีลองถูกลองผิดไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเข้าที่ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาแล้ว ก็อาจจะเป็นปัญหาอุปสรรคในบางเรื่องนอกจากนี้บุคลากรที่ไปร่วมงานกันขณะนั้นถ้าสมัยก่อนอาจารย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นั้น หาคนมาจากหลายถิ่นหลายที่หลายทางหลายสถาบันมาก ตรงนี้ก็มาจากราชการ ก็จะถูกครอบงำด้วยระบบราชการมาแล้ว มีความเคยชิน แล้วก็เอามาใช้ซึ่งพยายามที่จะหลุดออกจากราชการ ก็ทำได้ยากมาก แล้วก็จะมีส่วนนี้ส่วนที่จะเป็นปัญหาก็เปลี่ยนแปลงยากซึ่งต้องใช้เวลา นอกจากนี้ก็เป็นเรื่อง ของการสร้างความเข้าใจหรือเป็นความยอมรับในระบบใหม่ ส่วนมากก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของ บุคลากรเหมือนกันในการที่จะให้มีความเข้าใจ ซึ่งต้องใช้เวลาและใช้การอดทน ใช้การสื่อสารที่ต้องใช้เทคนิค ค่อนข้างมากก็จะเป็นสิ่งที่ผ่านอุปสรรคตรงนั้นมา แล้วก็บางคนก็มีความเข้าใจผิดในรูปแบบในฐานะ แล้วการที่ เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ พนักงานเองก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ ก็ต้องทำความเข้าใจในส่วนนี้แล้วก็บวกเข้ากับการ ที่ยังได้รับเงินจากรัฐบาลอีกมาในรูป Block Grant อีก ในรูป Block Grant ไม่เคยมีการบริหารในราชการทั่วไป แบบอื่น ๆ ในการได้รับเงินเข้ามาในลักษณะที่เป็นเงินอุดหนุน หน่วยงานราชการอื่นไม่ได้รับก็จะต้องมานั่งวาง ระบบว่า Block Grant คืออะไร ส่วนนี้ก็คิดว่าเป็นการจะต้องมาพัฒนาแล้วก็จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจในส่วนนี้ ซึ่งเป็นปัญหาอุปสรรคค่อนข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามก็พยายามทำความเข้าใจรูปแบบแล้วก็พยายามวางระบบ เพื่อจะรองรับการที่จะออกจากราชการ นั้นก็คือสิ่งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยจะต้องสร้างระบบขึ้นมาเอง การสร้างระบบ ของมหาวิทยาลัยขึ้นมาเอง สิ่งที่รองรับก็คือกฏระเบียบจะต้องออกระเบียบมารองรับจำนวนมากในส่วนต่างๆ เช่น ระบบระเบียบการเงิน แต่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความคล่องตัวในเรื่องระเบียบต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถออกได้ โดยสภามหาวิทยาลัยจะสิ้นสุดตรงนั้น บางครั้งมีระเบียบการเงินอย่างเดียวสามารถที่จะใช้บริหารได้ทั้งระบบ มีระบบบริหารงานบุคคลฉบับเดียวสามารถใช้บริหารงานบุคคลได้ทั้งระบบ จะเบ็ดเสร็จอยู่ตรงนั้น แล้วสิ่งที่ทำให้ เป็นระบบที่ยืดหยุ่นไว้เลยข้อหนึ่งในระเบียบ จำได้เลยว่าถ้าร่างทุกครั้งจะต้องมีไว้เลยคืออะไรก็ตามที่ไม่ปรากฏ ในระเบียบ ตัดสินใจไม่ได้ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิการบดี หรือของคณะกรรมการต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เกิดการ รวบรัดตัดความก็จะใช้วิธีอย่างนี้ แต่ขณะเดียวกันก็ให้มีความคล่องตัวด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ไปพบมาแล้ว และได้พัฒนาระบบตรงนั้นเพื่อแก้ปัญหาสิ่งต่าง ๆ พัฒนาขึ้นมาเป็นระยะ ๆ แต่ตอนที่ดำเนินการอยู่นั้นก็ไม่ได้ เสร็จสิ้นทั้งหมดแต่ก็เป็นส่วนหนึ่งทำได้สำเร็จในระยะหลัง ๆ ก็อาจจะมีการพัฒนา ๆ ขึ้นมาเรื่อย ๆ เพราะว่าจะ ต้องเป็นลักษณะแบบทั้งทำไปด้วยวางระบบไปด้วย