วิดีโอ

(ศาสตราจารย์ ดร.สมจิต หนุเจริญกุล)




 
ชื่อบุคคล : 

 
ศาสตราจารย์ ดร.สมจิต หนุเจริญกุล
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : ผู้ก่อตั้งสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
 
         ในฐานะที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก็คิดว่า อาจารย์ไม่ใช่เอาแต่สอนอย่างเดียวแต่จะต้องหาความรู้และ เพิ่มพูนความรู้ไปด้วย ต้อง สร้างความรู้เพื่อที่จะสอน แล้วความรู้ที่เราจำได้ในฐานะที่เป็นพยาบาลก็คือ ความรู้ ที่ได้จากการปฏิบัตินั่นเองจะต้องเอาการปฏิบัติอันนั้นมาเขียน มาถอดบทเรียน มาให้นักศึกษาได้เรียนรู้ นอก จากนั้นก็ต้องทำวิจัยแล้วก็ต้องเขียนตำราอีกด้วย อีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจก็คือ ประทับใจศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ท่านอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดให้น่ามาทำงานที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คืออาจารย์มีวิธีคิด ทำให้ รู้สึกอยากมีส่วนร่วมในการสร้างมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ การที่ได้ทำงานกับคนที่มีวิธีการคิดแล้วมีระบบการทำงาน ที่เป็นระบบระเบียบเพื่อว่าจะได้เรียนรู้ แล้วสิ่งหนึ่งที่ประทับใจก็คือ ประทับใจอาจารย์ทุกคนที่อยู่ด้วยความตั้งใจ ที่จะทำงาน แม้ว่าแต่ละบุคคลจะมีลักษณะและความแตกต่างกันอยู่บ้างซึ่งเป็นธรรมดาของมนุษย์ แต่สิ่งหนึ่งที่ ทุกคนในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีก็คือความ ตั้งใจที่จะทำงานอุทิศตน อุทิศเวลาให้กับงานจริง ๆ คือเป็นคนรัก งาน ขอให้มีงานทำ ทุกคนอยากจะทำงาน เป็นบรรยากาศที่เราหาไม่ค่อยได้ ในที่อื่น ๆ ความประทับใจใน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ถ้ามองมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็คงจะเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศแต่ ต้องมีความเป็นนานาชาติด้วย เพราะฉะนั้น สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็เป็น นักศึกษาที่เข้าใจท้องถิ่นของตัวเองที่ดีอยู่แล้ว ใช้ภูมิปัญญาของท้องถิ่นของ ตัวเองได้ แต่ภูมิปัญญาเหล่านั้นจะ ต้องสามารถสื่อสารในระดับนานาชาติ เพราะเข้าใจว่าทุกแห่งมีสิ่งที่ดีอยู่แล้ว จังหวัดนครศรีธรรมราชก็เป็น เมือง ที่คนรักษาวัฒนธรรมของท้องถิ่นได้ลึกซึ้งยาวนานมาก มีประวัติความเป็นมาและพัฒนาการยาวนานมากในเรื่อง ของวัฒนธรรมท้องถิ่น แล้วมีสิ่งที่ดีๆ ที่เกิดในจังหวัดนครศรีธรรมราชมาก เช่น ชุมชนสหกรณ์ออมทรัพย์ที่คีรีวง นักศึกษาก็ต้องเก่งในเรื่องของท้องถิ่น แล้วก็ทำให้ เป็นระดับนานาชาติ คือเป็นทั้งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องท้อง ถิ่นแล้วก็ต้องเป็นที่รู้จักในนานาชาติด้วย เรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็แน่นอนว่าความเป็นสากลและ จะเข้มแข็งเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพต่าง ๆ ในส่วนของสำนักวิชาก็มองเห็นแล้วว่ามีความเข้มแข็ง ในเรื่องของชุมชน เพราะฉะนั้นอยากเห็นว่าต่อไปสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์จะผลิตพยาบาลในระดับปริญญาตรี ที่เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญในเรื่องของการพยาบาลที่สามารถดูแลชุมชนได้ และสามารถเข้าใจชุมชน เป็นอย่างดีแล้วก็อยากมองเห็นว่ามีการช่วยสร้างปริญญาเอง ที่มีงานวิจัย เพราะจะทำปริญญาเอกต้องมีงานวิจัย  วิจัยต้องเป็นวิจัยในลักษณะของวิจัยชุมชน ตอบสังคมในชุมชน เป็นผู้นำสังคมที่จะตอบ ปัญหาต่าง ๆ มีโมเดล หรือรูปแบบของการปฏิบัติด้วย ลักษณะของสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ก็น่าจะมีส่วนช่วยให้ฟันฝ่าวิกฤติพวกนี้ไป ได้โดย เอาเรื่องของสุขภาพเป็นฐาน ซึ่งจะแก้ไขปัญหาหรือข้อขัดแย้งต่าง ๆ ที่มีอยู่รายรอบชุมชนได้อย่างดี

 ในชีวิตเป็นอาจารย์มาตลอด ไม่เคยเป็นผู้บริหาร ก็มีหลายคนอาจจะแปลกใจว่าทำไมถึงได้รับตำแหน่ง คณบดีสำนักวิชาพยาบาล ศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพราะว่าปกติแล้วจะไม่ค่อยชอบทำงานบริหาร จะชอบทำงานวิชาการ อย่างไรก็ตามเมื่อมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะเปิด ดำเนินการ เนื่องจากว่าจะเปิดสำนัก วิชาพยาบาลศาสตร์ นอกจากจะมีสำนักนี้แล้วยังมีสำนักวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ แล้วเห็นว่าต่อไปก็จะ เปิดสำนักวิชาแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ ก็คิดว่าน่าท้าทาย ถ้าหากว่ากลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพไปอยู่ที่นั่นด้วย กัน แล้วก็จะได้พัฒนา หลักสูตรให้สอดรับกับความต้องการของประเทศ สิ่งที่จูงใจมากที่สุดก็คือเรื่องแนวคิด ของมหาวิทยาลัย แล้วก็ได้ฟังศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน พูดหลายครั้ง ตอนนั้นมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็ เป็นมหาวิทยาลัยของราชการ ไม่มีมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารีเป็นแห่งแรก ที่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็ตามมา ก็เห็นว่าระบบบริหารนี้เป็นระบบใหม่ ฟังดูแล้วก็น่าท้าทาย แต่สิ่งที่น่าท้าทายที่สุดก็คือการตั้งสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ที่มีหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ที่ เน้นชุมชน ที่ไปที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็คิดว่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็มีคณะพยาบาลศาสตร์ที่เข้มแข็ง มาก แต่ว่าก็แน่นอนคณะพยาบาลศาสตร์ แต่ละแห่งอาจจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน คณะพยาบาลศาสตร์ของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ด้านคลินิกและด้านโรงพยาบาลจะดีมากเพราะมี โรงพยาบาลใหญ่โตแล้วยังมี โรงพยาบาลหาดใหญ่อีก ก็มีคนไข้ที่จะรักษาซึ่งสามารถสร้างประสบการณ์ได้มาก แต่ว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ไม่มีโรงพยาบาลเป็นของตัวเอง มีโรงพยาบาลของจังหวัดที่นครศรีธรรมราช แม้จะเป็นโรงพยาบาลใหญ่แต่ก็เป็น โรงพยาบาลที่ห่างไกลจากมหาวิทยาลัย แต่ตอนที่มาทำงานก็มีความคิดก็คือว่าอยากจะทำหลักสูตรที่เรียกว่าใช้ ชุมชนเป็นฐาน นักศึกษาจะต้องเก่งในเรื่องของการให้ การพยาบาลในชุมชนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ตอนนั้นจะ กล่าวไปแล้วที่จริงหลักสูตรต่าง ๆ ไม่ได้พูดกันถึงการพยาบาลเรื่องปฐมภูมิเลย แต่พอ ทำหลักสูตรนั้นไปสัก ๔ ปี ก็จะเห็นเลยว่าในระยะหลังจะเน้นเรื่องการดูแลในระดับปฐมภูมิ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าถ้าการพยาบาลหรือการดูแล ผู้ป่วยระดับปฐมภูมิหรือระดับชุมชนไม่เข้มแข็งโรงพยาบาลก็จะแออัด แล้วก็ลักษณะปัญหาสุขภาพของประชาชน ในปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก นั่นก็คือว่าคนไข้เรื้อรังมากขึ้นแล้วคนไข้เรื้รัง การดำเนินชีวิตต้องอยู่ในชุมชน คนไข้ เรื้อรังจะเกิดโรคก็มีปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งเกิดในชุมชนเพราะฉะนั้น เรื่องของการป้องกัน การสร้างเสริมสุขภาพสำคัญ ที่สุด ทำอย่างไรจะไม่ให้คนเจ็บป่วยหรือถ้าป่วยแล้วให้สามารถอยู่ที่บ้านให้ได้ดีที่สุด ก็คิด ว่าได้ไปทำหลักสูตร ใหม่ก็คงจะได้พยาบาลที่มีพื้นฐานแบบใหม่ แล้วก็น่าจะสนองนโยบายของประเทศได้ก็เลยตัดสินใจมารับตำแหน่ง คณบดี ตอนแรกแทบจะยังไม่รู้จักมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ แต่ได้รับการเชิญให้ไปร่างหลักสูตร เพราะฉะนั้นพอ ร่างหลักสูตรแล้วเห็นปรัชญาที่ชัดเจน ก็เลยร่างหลักสูตรในแนวนี้ซึ่งมีวิชาต่าง ๆ หลายวิชาที่หลักสูตรพยาบาล ศาสตร์ไม่เคยมี อย่างเรื่องของการสร้างเสริมสุขภาพ แนวคิดเกี่ยวกับ สุขภาพที่จะต้องมาก่อน แล้วก็มี แนวความ คิดว่านักศึกษาพยาบาลต้องสามารถดู แลครอบครัวของประชาชนในชุมชนได้ พอไปทำงานที่ มหาวิทยาลัยก็ไป เห็นว่ามหาวิทยาลัยได้ใช้พื้นที่ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางจำนวนมากก็คิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์จะ ต้อง รับผิดชอบในการดูแลสุขภาพของประชาชนเหล่านั้น ก็มีความคิดอยู่ตลอดเวลาว่านักศึกษาพยาบาลที่นี่ ถ้านำเอาชุมชนมาเป็นฐานแล้วนักศึกษา และบัณฑิตน่าจะออกไปรับผิดชอบครอบครัวของชาวบ้านแถวนั้น จะทำ ให้เข้าใจวิถีชีวิตของคนว่าเป็นอย่างไร ทำไมถึงเจ็บป่วย แล้วถ้าหากว่า เจ็บป่วยเขาก็ไปโรงพยาบาล แล้วในที่สุด เขาก็ต้องกลับมาบ้านอยู่ดี เพราะฉะนั้นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงได้ตัดสินใจไปมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์