ภาพประกอบ

(ภาพ : รับมอบตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัย)


(ภาพ : เป็นวิทยากรเครือข่ายการจัดการความรูัฯ)


วิดีโอ

(ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ พานิช)




 
ชื่อบุคคล : 

 
ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ พานิช
ตำแหน่งที่เคยปฏิบัติ : อดีตกรรมการสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ,อดีตรักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
 

      - พ.ศ. 2509 แพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์

      - พ.ศ.2511 M.Sc. (Genetic Anthropology) University of Michigan, สหรัฐอเมริกา


ตำแหน่งปัจจุบัน

       -  ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

       -  นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล

 ตำแหน่งอื่นๆ ที่สำคัญ

       -  กรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

       -  กรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

       -  กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

          มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันอาศรมศิลป์

      -  กรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

      -  กรรมการบริหารมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ

      -  ประธานกรรมการมูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล

      -  ประธานกรรมการมูลนิธิพูนพลัง

      -  กรรมการมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

      -  กรรมการมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์

      -  รองประธานกรรมการแผนกแพทยศาสตร์ มูลนิธิอานันทมหิดล

      -  กรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์

      -  ประธานคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์

      -  ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์

      -  ประธานคณะกรรมการจัดการประชุม การประชุมรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้า

          มหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์

      -  ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

      -  ประธานคณะกรรมการอำนวยการ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

      -  ที่ปรึกษา คณะกรรมการอำนวยการ สถานวิจัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพ

          คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

      -  กรรมการนโยบาย โครงการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

      -   Member, Board of Trustee, Regional Center of Social Science for Regional Development (RCSD)

          คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

      -  กรรมการในคณะที่ปรึกษาคณบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

      -  กรรมการในคณะกรรมการบริหารศูนย์วิจัยเพื่อความเป็นเลิศ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

      -  กรรมการอำนวยการ วิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ

ตำแหน่งในอดีต

      - อาจารย์ และเลขานุการบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

     -  อาจารย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และดำรงตำแหน่งทางบริหาร อาทิ หัวหน้า

         ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รองอธิการบดี รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร

         และรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

      -  อดีตรักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

      -  อดีตผู้อำนวยการคนแรก ของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และดำรงตำแหน่งเป็น

         ผู้อำนวยการอยู่ 2 สมัย

      -  ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.)

      -  ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

      -  กรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.)

      -  กรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

      -  Member of WHO Expert Advisory Panel on Human Genetics

      -  ดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ มหาวิทยาลัย

         ศิลปากร มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า

         พระนครเหนือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สภาสถาบันราชภัฏ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัย

         ศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

      -  ดำรงตำแหน่งกรรมการสถาบันวิจัยต่างๆ อาทิ สถาบันวิจัยสาธารณสุขไทย คณกรรมการวิจัยแห่งชาติ

         สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ

         วิทยาลัยการสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

          คณะกรรมการระบาดวิทยาแห่งชาติ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยี

          ชีวภาพแห่งชาติ


        ในขณะที่เกิดช่องว่างด้านผู้นำท่านอธิการบดีเดิมท่านลาออก ท่านนายกสภามหาวิทยาลัยขณะนั้นคือ ศาสตราจารย์ ดร.เกษม สุวรรณกุล มองว่าผมก็เป็นคนทางใต้ ก็พยายามที่จะให้ผมช่วยเป็นอธิการบดีแล้ว กรรมการสภามหาวิทยาลัยก็รู้สึกว่าเห็นพ้อง ซึ่งตำแหน่งอธิการบดี ถือว่าสำคัญ มีเกียรติและก็มองในแง่ ประวัติบุคคลก็ถือว่าก็ได้โอกาสทำงานที่สำคัญ ประการที่สองก็คือมาสร้างในการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง เพื่อที่จะให้คนได้ตระหนักว่ามีวิธีคิดอะไรบางอย่างอาจจะไม่ค่อยถูกต้อง แล้วเพื่อที่จะเป็นการวางปูพื้นเพื่อที่ จะให้ท่านอธิการบดี ท่านใหม่ จึงมารับตำแหน่งเพื่อมาสร้างความสามัคคี มาสร้างวางแนวทางของการทำงาน ได้ง่าย และก็เป็นการทำงานที่ท้าทายและก็ต้องอดทนมาก แต่สิ่งที่ภูมิใจที่สุดที่รับตำแหน่งคือได้ไปทำให้เห็น กระบวนการว่ามีวิธีการที่จะให้เกิด Share Vision ต้องทำให้คนมองอะไรต่อ อะไรร่วมกันด้วยวิธีการที่จะสร้าง ให้เห็นประเด็นร่วมกัน เพราะที่จริงแล้วเป้าหมายของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความชัดเจนว่าต้องการสร้าง ให้เป็นมหาวิทยาลัยในภาคใต้ตอนกลางหรือจะเรียกว่าภาคใต้ตอนบนก็ได้ แล้วก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ชุมชนกับสังคมบริเวณนั้น ซึ่งก็พยายามที่จะจัดกระบวนการเพื่อที่ให้คนมาคิดร่วมกัน และมหาวิทยาลัยก็คิด ร่วมกับชุมชนด้วย คิดกับคนอีกหลายคนด้วยคือเหมือนกับ ว่าเชิญคนที่คิดแตกต่างหลากหลายมาช่วยกันคิด  มองหาสิ่งที่เรียกว่า Share Vision คือเป็นวิสัยทัศน์ร่วมมองอนาคตร่วมกัน        

        ในระยะหลังวิธีการที่จะสรรหาคนใหม่เข้ามาทำงานในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็น่าจะถูกต้องแล้ว แล้วก็ แนวทางที่จะส่งเสริมให้ได้ ทำงานวิชาการก็น่าจะถูกต้อง สิ่งที่ควรจะเสริมอีกอย่างคือทำอย่างไรที่จะทำให้ กระบวนการทำงานวิชาการอยู่บนความเป็นจริงให้มากขึ้น ก็ต้องไปสร้างตัว Platform ของการทำงานของการ บริหารงานทั้งหลายด้วย ซึ่งน่าจะหาฐานผลักดันในตัวภาพใหญ่ คือพูดง่าย ๆ ก็คือว่าวิธีคิด ปริมาณงาน ความ รับผิดชอบของอาจารย์ทั้งหลายอาจจะต้องคิดใหม่มากเลย แล้วที่เรียกว่าผลงานวิชาการก็อาจจะต้องตีความ ใหม่ ขณะนี้เป็น ผลงานวิชาการที่เรียกว่าใช้ตัวฐานวิชาการเป็นฐานแต่ไม่ได้มองในตัว Introduction กับ ปฏิสัมพันธ์กับสังคมกับชีวิตจริง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ เปิดช่องให้กับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ทำงาน สิ่งที่ชัด สำหรับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็คือช่วงหลังมีการดึงเอาคนใหม่ที่เรียกว่านักวิชาการเก่ง ๆ เข้ามาได้ดี เพราะ ฉะนั้นจุดที่สำคัญต้อง Learn Lesson ว่าได้มาอย่างไร แล้วก็หาทางทำให้ต่อไปคือจะต้องรับเพิ่มมาอีก ต้องหา วิธีที่จะดึงดูด คนเก่งเหล่านั้นให้เข้ามาให้ได้หรือว่าใช้คนเก่งเหล่านั้นดึงดูดคนอื่นเข้ามาอีกให้เก่งยิ่งขึ้น บวกกัน กับการที่เราสนับสนุนสร้างโอกาสให้ได้ทำงาน ความเชื่อคิดว่าที่ทำงานแต่ละที่ มีโอกาสที่จะเป็น Happy Workplace เป็นที่ที่คนเข้ามาแล้วมีความสุขแล้วก็ มีโอกาสได้ทำในสิ่งที ่ใฝ่ ฝัน เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วทั้ง หมดก็คือการบริหารหน่วยงาน การบริหารองค์กรนั่นแหละที่จะสร้างความเจริญความสุข คือหมายความว่าคน ก็มีความสุข คนก็มีความเจริญ องค์กรก็จะมีความเจริญ ที่จะเป็นอย่างนั้นได้ในท่ามกลางความแตกต่างหลาก หลาย อาจารย์มหาวิทยาลัยต้องดำรงความแตกต่างหลากหลายให้มีความคิดที่เหมือนและไม่เหมือนกัน เหมือนกันแล้ว Creativity หายไป ต้องอยู่ภายใต้ Tension ของความ แตกต่างหลากหลายและเมื่อมี Creativity เมื่อไหร่มี Creativity เมื่อนั้นก็จะมี Tension แต่ Tension นั้นไม่จำเป็นต้องทำให้เกิดความสุขลดลง ความสุขเพิ่มได้แม้กระทั่งมี Tension มหาวิทยาลัยจะต้องมีการจัดการโดย Very Complex โดยยึด Share Vision, Dream เป็นตัวร่วมแล้วก็หาทาง ไปสู่ทางนั้นด้วยกัน แต่ไม่จำเป็นจะต้องเดินเป็นเส้นตรง บางคนเดิน อย่างนี้ ๆ แล้วไปสู่เป้าหมายนั้นได้นี่คือหลักของมหาวิทยาลัย แล้วก็ผ่าน Action ผ่านการทำการลงมือทำ แต่ มีข้อสังเกตว่าบางครั้งมีความรู้สึกว่าคนที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์บางคนมีคำพูด มีวาทกรรมมากแต่การปฏิบัติ น้อย คิดว่าตรงนั้นไม่ไปไหน เพราะว่าจริง ๆ แล้วต้องผ่านการปฏิบัตินั่นหมายความว่าเราต้องหาวิธีดำเนินการที่ จะ Honour Reward คนปฏิบัติ แล้วก็เกิดผลสำเร็จเล็ก ๆ เพื่อไปสู่ Dream เป้าหมายของเราร่วมกัน ไม่ใช่ Honour คนที่พูดเก่ง พูดแล้วคำโต กินใจน่าฟังแต่ไม่ทำอะไร เรื่องนี้มันจะทำลายองค์กรจริงๆ แล้วมองว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีโอกาสสูงมากเลยที่จะทำอะไรต่ออะไรได้ดี เพราะว่ามีฐานของการเป็น หน่วยงาน ที่อิสระแล้วก็มองว่าการจัดการแล้วก็ Culture การรวมตัวกันภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ปัจจุบันยังใช้ โอกาสของความเป็นอิสระนั้น น้อยไป หลายส่วนก็เป็นเพราะว่าขัดกันไปแย้งกันมาอยู่ข้างใน แล้วก็มีส่วนหนึ่ง ของความไม่ไว้วางใจหรือว่ามีการเรียกร้องให้เกิดความเท่าเทียมกัน แบบผิด ๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นข้อ กำหนดที่ทุกคนต้องเดินตามอยู่ตลอด เพราะว่าจริง ๆ แล้วเพื่อเดินไปสู่เป้าหมายบางครั้งมหาวิทยาลัยก็ต้อง การคนที่มีกติกาที่ไม่เหมือนกันแต่ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนใดคนหนึ่งแต่เพื่อประโยชน์ในการทำงาน

  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นหน่วยราชการ มีความอิสระและมีความคล่องตัวสูง โอกาสในการทำงาน เช่นนี้ ถือว่าเป็นโอกาสเดียวในชีวิต ถือว่าเป็นโอกาสสูงยิ่งในชีวิตที่จะทำงานที่จะได้ใช้ ความสามารถใช้ความอดทนใช้ความตั้งอกตั้งใจ ใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อที่จะดึงผู้ที่มีความสามารถเข้ามาทำงาน แต่ความพิถีพิถันในการหาคนเข้ามาทำงานมีน้อย แต่ค่าตอบแทนสูง เพราะฉะนั้นที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จริง ๆ โอกาสของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็คือว่าสามารถจัดระบบคนให้สามารถมาทำงานได้ แต่ควรจะวาง ระบบ ที่ชัดเจน ก็อยากจะฝากไว้ว่าอยากเห็นมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีการปรับเปลี่่ยนไปในแนวของการ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ให้มากขึ้น แล้วเชื่อว่าชีวิตการทำงานชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียกว่า Happy Workplace จะเกิด มิฉะนั้น Happy Workplace เกิดยาก

เกียรติคุณและรางวัล

      -  ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วท.ด.) สาขาอณูพันธุศาสตร์และพันธูวิศวกรรมศาสตร์จาก

         มหาวิทยาลัยมหิดล

      -  ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (กศ.ด.) สาขาบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

      -  ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (พ.ศ. 2545)

      -  รางวัลปาฐกถาสุด แสงวิเชียร ประจำปี พ.ศ. 2544 จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

      -  เกียรติบัตรเชิดชูพยาธิแพทย์อาวุโส ประจำปี พ.ศ. 2545 จากราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์

      -  รางวัลมหิดลทยากร ประจำปี พ.ศ. 2545 จากสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

      -  ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนม

          พรรษา 5 ธันวาคม 2545