คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด เป็นสิ่งที่ได้ยินเกี่ยวกับพฤติกรรมการอ่านของคนไทย กันอยู่บ่อยครั้้ง แต่ล่าสุดจากการสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทยเมื่อปี 2556 โดยอุทยานการเรียนรู้และสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ามีตัวเลขที่ถือว่าน่าพอใจ โดยพบว่า คนไทยอ่านหนังสือถึงวันละ 37 นาที

คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด เป็นสิ่งที่ได้ยินเกี่ยวกับพฤติกรรมการอ่านของคนไทย กันอยู่บ่อยครั้้ง แต่ล่าสุดจากการสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทยเมื่อปี 2556 โดยอุทยานการเรียนรู้และสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ามีตัวเลขที่ถือว่าน่าพอใจ โดยพบว่า คนไทยอ่านหนังสือถึงวันละ 37 นาที โดยการสำรวจที่ทำขึ้นในทุก 2 ปี

ล่าสุดการสำรวจในปี 2556 กลุ่มประชากรที่สำรวจคือคนอายุ 6 ปีขึ้นไป โดยแสดงให้เห็นการสำรวจล่าสุดที่พบว่า จำนวนคนอ่านหนังสือ ภาพรวมทั้งประเทศ มีอัตราการอ่านหนังสือร้อยละ 81.8 ซึ่งถือว่าสูงขึ้นกว่าการสำรวจครั้งที่แล้วถึงร้อยละ 13 และถ้าพิจารณาตามภูมิภาค ก็พบว่า ประชากรในกรุงเทพมหานคร อ่านหนังสือมากที่สุด ร้อยละ 94.6 รองลงมาคือภาคกลาง และภาคใต้ นอกจากนี้ เวลาในการอ่านเฉลี่ยอยู่ที่คนละ 37 นาที ต่อวัน ซึ่งถือว่ามากขึ้นจากการสำรวจครั้งที่แล้ว 2 นาที

นอกจากนี้ การสำรวจในหัวข้อที่ว่า อ่านจากทางแหล่งใดมากกว่า ยังพบว่าการอ่านจากหนังสือหรือว่าวารสาร ยังถือว่ามีจำนวนสูงที่สุด แต่ถ้าเทียบกับการสำรวจครั้งที่ผ่านมา การอ่านจากหนังสือลดลงไปเล็กน้อย ประมาณร้อยละ 0.1 เปอร์เซนต์ แต่อันดับรองลงมากอย่างอินเทอร์เน็ต มีจำนวนสูงขึ้นเกือบร้อยละ 6  ขณะที่ส่วนแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ก็สูงขึ้นจากร้อยละ 0.3 เป็น 1.8

รวมถึง กลุ่มวัยที่อ่านหนังสือมากที่สุด ก็คือ วัยเด็ก รองลงมากคือ เยาวชน และอันดับ 3 คือวัยผู้ใหญ่  และสถานที่มักนิยมใช้เป็นสถานที่อ่านพบว่า บ้าน เป็นสถานที่นำมาเป็นอันดับแรก อันดับ 2 คือสถานที่เอกชน อันดับ 3 สถานที่ทำงาน และอันดับ 4 คือสถานศึกษา ซึ่งน่าแปลกว่าน่าจะเป็นสถานที่ที่มีการอ่านหนังสือมากที่สุด แต่ที่ผ่านมา ก็พบว่า ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก ด้านหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะสถานที่อื่น ๆ อย่างร้านกาแฟ ร้านอาหารต่าง ๆ มีบรรยากาศที่ได้รับความนิยมมากในระยะหลัง

สุดท้าย สาเหตุที่ไม่อ่านมีการสอบถามคนที่ไม่อ่านหนังสือว่ามีเหตุผลอะไร ก็มีหลายเหตุผล แต่เหตุผลหนึ่งที่สำคัญ ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อย ที่บอกว่า ไม่ชอบอ่านหรือไม่รักการอ่าน นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงต้องเร่งหาวิธีการแก้ปัญหานี้ เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ต่อไป

ที่มา : http://news.thaipbs.or.th/content/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0-37-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B0-8-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%94

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Post Navigation