การอ่านคือการถอดรหัสและตีความตัวอักษรหรือสิ่งที่มองเห็นให้เป็นภาษาที่ผู้อ่านเข้าใจ เพราะฉะนั้นหากนิยามเช่นนี้จึงไม่จำเป็นว่าตัวอักษรและหนังสือจะเป็นสื่อที่ใช้อ่านเสมอไป ในโลกความเป็นจริง เราต่างก็ ‘อ่าน’ สิ่งรอบตัวที่ไม่ใช่ตัวอักษรอยู่ตลอดเวลา ยิ่งในโลกยุคดิจิทัล ยิ่งหนีไม่พ้นสัญลักษณ์มากมายในการทำความเข้าใจร่วม ในฐานะภาษากลางหรือภาษาสากล

นี่คือสัญลักษณ์ที่มาพร้อมกับโลกของสื่อใหม่ ที่เชื่อว่าใครเห็นก็ต้องคุ้นเคยและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของทุกคนไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

002043

 

 

1 Like

การกด Like กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว เพราะคนในยุคดิจิทัลส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับสื่อสังคมยอดนิยมเช่น เฟซบุ๊ค และสัญลักษณ์ที่คู่กับเฟซบุ๊ค ก็คือ Like นี่เอง จนถึงทุกวันนี้ความหมายของ Like ในโลกโซเชียลมีเดียไม่ใช่แปลว่า ชอบ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีความหมายหลากหลายที่ต้องการสนองตอบต่อข้อความที่มีการโพสต์เผยแพร่ ทั้งหมายถึงเห็นด้วย ถูกใจ เข้าใจ เสียใจ เบื่อหน่าย หรืออีกหลายเหตุผล

readhttp://guru.sanook.com/9583/

10592874_765696590159373_6310535250395570518_n

 

 

2 Hashtag (#) 

ถ้าสัญลักษณ์นี้ไปอยู่บนปุ่มกดโทรศัพท์ เราจะเรียกมันว่า เครื่องหมายสี่เหลี่ยม แต่ถ้าไปปรากฏอยู่บนโน้ตดนตรี เราจะเรียกสัญลักษณ์นี้ว่า Sharp แต่ถ้าปรากฏบนโลกดิจิทัลเมื่อไหร่ เราจะขนานนามเครื่องหมายนี้ว่า Hashtag ซึ่งจะพบได้ตามเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ โดยทำหน้าที่เป็นเหมือนคำค้นหาหลัก เพื่อใช้ค้นหากลุ่มคนหรือเพื่อนที่มีความสนใจเหมือนกัน เช่น ชอบเรื่องเดียวกัน มีความรู้สึกเหมือนกัน อารมณ์เดียวกัน เป็นต้น โดยให้กลุ่มคนในโลกดิจิทัลค้นหาคุณหรือความสนใจที่ใกล้เคียงกันได้สะดวกมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น วันนี้อย่าลืมไปทำรายงานที่ห้องสมุดกันนะ #tkpark #ctw #library #books #report605

read http://blog.lib.kmitl.ac.th/wp-content/uploads/2014/10/Hashtag-1.pdf

002042

 

 

 

3  Wi-fi
หมายถึง เครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย มักให้บริการอยู่ตามอาคาร สำนักงาน พื้นที่สาธารณะ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องของการติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยไม่มีสายมาทำให้เกิดความรำคาญ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวใช้คลื่นวิทยุเป็นช่องทางการสื่อสาร และรับส่งข้อมูลระหว่างกันผ่านอากาศ ทำให้สามารถใช้งานได้ทุกที่ และเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างสะดวกง่ายดาย

readhttp://www.smart-itservice.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539433543

002041

 

 

4  Share

สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ค คือสังคมแห่งการแบ่งปันข้อมูลและเรื่องราวต่างๆ ให้คนอื่นได้รู้ สัญลักษณ์ Share จึงกลายเป็นเครื่องหมายที่คุ้นเคยของคนทุกรุ่นทุกวัยในโลกโซเชียล

read

https://kminbusiness.wordpress.com/2009/12/26/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-knowledge/

cropped-0020401.jpg

 

 

 

5  @ หรือ at sign
วิศวกรคอมพิวเตอร์ชื่อ เรย์ ทอมลินสัน เป็นผู้คิดค้นสัญลักษณ์ที่คุ้นตานี้ขึ้น โดยเขาได้ถูกบันทึกไว้ว่า เป็นบุคคลแรกที่นำ @ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่ออีเมล์ เนื่องจากเขาต้องการหาสัญลักษณ์บางอย่างบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ที่แน่ใจว่าจะไม่มีปรากฏบนชื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทำไมต้องเป็น @ นั้น ไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่ที่แน่ๆ คือ @ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ยอดนิยมบนโลกดิจิทัลไปเสียแล้ว

read

https://en.wikipedia.org/wiki/At_sign

 

Twitter.jpg

 

 

 

6  Twitter
เจ้านกสีฟ้าหรือ Twitter เป็นสัญลักษณ์ของบริการส่งข้อความขนาดสั้นไม่เกิน 140 ตัวอักษร ซึ่งข้อความเหล่านั้นจะบ่งบอกสถานะว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่ เพื่อจัดเก็บข้อความที่พิมพ์ไว้ให้เป็นบันทึกในแต่ละวัน ประหนึ่งเป็นไดอารี่ขนาดสั้นส่วนตัว นอกจากนั้นยังสามารถใช้ติดตามบุคคลที่มีชื่อเสียงได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

 

ig.jpg

7  Instragram

Instragram ได้รวบรวมทุกความหลากหลายของโลกดิจิทัลไว้ทั้งหมด ไม่ว่าใครอยากจะถ่ายภาพ อัดวิดีโอคลิปสั้นๆ หรือเขียนเรื่องที่ไม่ยาวมากเพื่อการติดต่อสื่อสาร ก็สามารถทำได้ แอพพลิเคชั่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากเหล่าเซเลบริตี้และคนดังที่มีแฟนคลับ ทำให้สัญลักษณ์ของแอพพลิเคชั่นกลายเป็นสิ่งคุ้นตาไปโดยปริยาย

images.png

8  Search 

เรามักชินกับแว่นขยายในวิชาวิทยาศาสตร์ เพื่อส่องดูรายละเอียดขนาดเล็กที่สายตามองเห็นยาก แต่ถ้าเป็นสัญลักษณ์แว่นขยายในโลกดิจิทัล มันคือการบ่งบอกว่าเรากำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็น คำ ข้อความ ภาพ หรือเพลง สัญลักษณ์นี้จะทำงานร่วมกับแถบกรอกข้อมูลที่เราต้องป้อนรายละเอียดที่ต้องการค้นหาลงไป จากนั้นเมื่อกดที่แว่นขยาย มันจะทำการค้นหาให้เราโดยอัตโนมัติ

images

 

 

 

9  QR CODE
สี่เหลี่ยมดำๆ บนพื้นขาวเหล่านี้คือบาร์โค้ดรูปแบบใหม่ที่เรียกกันว่า QR CODE สามารถอ่านได้โดยใช้เครื่องสแกน QR CODE ซึ่งส่วนใหญ่มักติดมากับโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องหรือสมาร์ทโฟนทุกประเภท QR CODE เป็นรหัสที่สามารถเก็บข้อมูลตัวอักษรเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ที่ไม่จำเป็นต้องคีย์ตัวอักษรยาวๆ และจำยาก เช่น เก็บชื่อ URL ของเว็บไซต์เอาไว้ในรูปรหัสสี่เหลี่ยม เพียงแค่เรายกมือถือขึ้นถ่าย QR CODE เครื่องสแกน QR CODE จะทำหน้าที่ประมวลผล และเข้าสู่เว็บไซต์ที่เราต้องการได้ทันที

download (2).png

10  Add location 

สัญลักษณ์แห่งการท่องเที่ยวและการเดินทาง เพราะ Add location หรือ Check in ทำหน้าที่ระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์ว่าตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ไม่ว่าสถานที่แห่งนั้นจะลึกลับซับซ้อนเพียงใดก็ตาม นับเป็นอีกสัญลักษณ์ของผู้ที่ชื่นชอบการแบ่งปันเรื่องราวชีวิตส่วนตัวประจำวัน ด้วยลักษณะรูปหยดน้ำกลับหัว คล้ายหมุดปักลงมาบนพื้น คือการยืนยันตำแหน่งให้ทั้งโลกรู้ว่า คุณอยู่ ณ ที่แห่งนั้นจริงๆ

ที่มา http://www.tkpark.or.th/tha/articles_detail/249/10-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A5

Facebook Comments

เคยสงสัยมั๊ยว่า  ทำไม่เกาหลีใต้ถึงพัฒนาหลายๆ ด้านไปอย่างรวดเร็ว    รวมถึงด้านการศึกษาด้วย

ด้วยความที่เป็นคนไทยที่เป็นเป็นติ่งเกาหลีประมาณหนึ่ง  ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากการดูซีรีส์

และจากการได้ไปเยือนถึงที่มาแล้ว  อยากให้บ้านเราเป็นเหมือนเขาบ่้าง

การพัฒนาของเขาเริ่มจาก นายคิม ยอง ซัม เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และเขาก็ทำตามที่ประกาศที่เขา

ได้ประกาศไว้ตอนหาเสียงโดยประกาศให้สร้าง “ระบบการศึกษาใหม่” ซึ่งมีหลักสำคัญคือ  ต้องจัดการศึกษาโดย

ให้ความสำคัญกับผู้เรียน และเป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาคนทั้งประเทศ  และเขาก้อทำได้จริง ๆ เรามาดูจาก

โลก 306 องศากันที่ก้อคงสงสัยเหมือนกันว่าเขาทำอะไรบ้าง และทำอย่างไรจึงเป็นได้อย่างวันนี้

โลก 360 องศา Episode 1 เกาหลีใต้ ตอน ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาคน ส่งผลทั้งประเทศ

ซีรีส์การศึกษาเกาหลีใต้ ตอน “ก้าวย่างของผู้นำ ที่เคยต้องวิ่งตามให้ทัน”

โลก 360 องศา Episode 3 เกาหลีใต้ ตอน สร้างสรรค์นวัตกรรม ร่วมกับการพัฒนาคน HD

https://www.youtube.com/watch?v=Aquxm0huElg&list=UUm-UzeU6ymoxpV7a9JDOeFA

 

 

Facebook Comments

คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด เป็นสิ่งที่ได้ยินเกี่ยวกับพฤติกรรมการอ่านของคนไทย กันอยู่บ่อยครั้้ง แต่ล่าสุดจากการสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทยเมื่อปี 2556 โดยอุทยานการเรียนรู้และสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ามีตัวเลขที่ถือว่าน่าพอใจ โดยพบว่า คนไทยอ่านหนังสือถึงวันละ 37 นาที

คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด เป็นสิ่งที่ได้ยินเกี่ยวกับพฤติกรรมการอ่านของคนไทย กันอยู่บ่อยครั้้ง แต่ล่าสุดจากการสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทยเมื่อปี 2556 โดยอุทยานการเรียนรู้และสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ามีตัวเลขที่ถือว่าน่าพอใจ โดยพบว่า คนไทยอ่านหนังสือถึงวันละ 37 นาที โดยการสำรวจที่ทำขึ้นในทุก 2 ปี

ล่าสุดการสำรวจในปี 2556 กลุ่มประชากรที่สำรวจคือคนอายุ 6 ปีขึ้นไป โดยแสดงให้เห็นการสำรวจล่าสุดที่พบว่า จำนวนคนอ่านหนังสือ ภาพรวมทั้งประเทศ มีอัตราการอ่านหนังสือร้อยละ 81.8 ซึ่งถือว่าสูงขึ้นกว่าการสำรวจครั้งที่แล้วถึงร้อยละ 13 และถ้าพิจารณาตามภูมิภาค ก็พบว่า ประชากรในกรุงเทพมหานคร อ่านหนังสือมากที่สุด ร้อยละ 94.6 รองลงมาคือภาคกลาง และภาคใต้ นอกจากนี้ เวลาในการอ่านเฉลี่ยอยู่ที่คนละ 37 นาที ต่อวัน ซึ่งถือว่ามากขึ้นจากการสำรวจครั้งที่แล้ว 2 นาที

นอกจากนี้ การสำรวจในหัวข้อที่ว่า อ่านจากทางแหล่งใดมากกว่า ยังพบว่าการอ่านจากหนังสือหรือว่าวารสาร ยังถือว่ามีจำนวนสูงที่สุด แต่ถ้าเทียบกับการสำรวจครั้งที่ผ่านมา การอ่านจากหนังสือลดลงไปเล็กน้อย ประมาณร้อยละ 0.1 เปอร์เซนต์ แต่อันดับรองลงมากอย่างอินเทอร์เน็ต มีจำนวนสูงขึ้นเกือบร้อยละ 6  ขณะที่ส่วนแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ก็สูงขึ้นจากร้อยละ 0.3 เป็น 1.8

รวมถึง กลุ่มวัยที่อ่านหนังสือมากที่สุด ก็คือ วัยเด็ก รองลงมากคือ เยาวชน และอันดับ 3 คือวัยผู้ใหญ่  และสถานที่มักนิยมใช้เป็นสถานที่อ่านพบว่า บ้าน เป็นสถานที่นำมาเป็นอันดับแรก อันดับ 2 คือสถานที่เอกชน อันดับ 3 สถานที่ทำงาน และอันดับ 4 คือสถานศึกษา ซึ่งน่าแปลกว่าน่าจะเป็นสถานที่ที่มีการอ่านหนังสือมากที่สุด แต่ที่ผ่านมา ก็พบว่า ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก ด้านหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะสถานที่อื่น ๆ อย่างร้านกาแฟ ร้านอาหารต่าง ๆ มีบรรยากาศที่ได้รับความนิยมมากในระยะหลัง

สุดท้าย สาเหตุที่ไม่อ่านมีการสอบถามคนที่ไม่อ่านหนังสือว่ามีเหตุผลอะไร ก็มีหลายเหตุผล แต่เหตุผลหนึ่งที่สำคัญ ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อย ที่บอกว่า ไม่ชอบอ่านหรือไม่รักการอ่าน นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงต้องเร่งหาวิธีการแก้ปัญหานี้ เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ต่อไป

ที่มา : http://news.thaipbs.or.th/content/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0-37-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B0-8-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%94

 

Facebook Comments
pooh2

169070_196792337002673_4014324_n

 หลังจากได้อ่าน 50 วรรณกรรมที่ต้องอ่านก่อนโตแล้ว มีเรื่องนึงที่ประทับใจมาก ๆ  นั่นคือ วินนี่-เดอะ-พูห์  และเชื่อว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักการ์ตูนที่มีตัวละครเป็นหมีสีเหลืองแสนอ่อนโยน เรามารู้จักเขา และสิ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้กันนะคะ

                 หมีพูห์ หรือ วินนี-เดอะ-พูห์ (Winnie-the-Pooh) เป็นตัวละครหมีที่สร้างขึ้นโดย เอ. เอ. มิลน์ และตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 14 ตุลาคม ค.ศ. 1926 ในหนังสือเรื่อง วินนี-เดอะ-พูห์ และ เดอะเฮาส์แอตพูห์คอร์เนอร์ (1928) เนื้อเรื่องในหนังสือมีลักษณะคล้ายกับ ป่าแอชดาวน์ ในเมืองอีสต์ซัซเซก ในประเทศอังกฤษ โดยชื่อ วินนี มาจากชื่อตุ๊กตาหมีของทหารชาวแคนาดานายหนึ่ง ซึ่งตั้งตามชื่อเมือง วินนีเพก ในประเทศแคนาดา

               วินนี่ เดอะ พูห์ หมีอ้วนสีเหลือง ซึ่งเป็นตัวละครเอกของเรื่อง ชอบความร่าเริงสนุกสนาน อารมณ์ดี ไม่คิดอะไรเครียด ๆ ก็คือมองโลกในแง่ดี ชอบแต่งกลอน แต่งเพลง แล้วก็ร้องเอง ชอบสนุกกับเพื่อน ๆ มีความคิดแปลก ๆ อาจเป็นความคิดที่คนอื่นอาจจะมองข้ามไป แต่พูห์นึกออก แล้วนำความคิดนั้นมาใช้ทำให้เกิดเป็นเรื่องราวสนุก ๆ ขั้นมากมาย

               วันหนึ่งวินนี่เดอะพูห์ออกมาเดินเล่น แล้วไปเจอะกับต้นโอ๊กใหญ่ต้นหนึ่ง อะฮ้า! มีรังผึ้งฝูงใหญ่อยู่บนต้นนั้น แล้วมันก็ต้องมีน้ำผึ้งอยู่ มันเริ่มปีนขึ้นไป ปีนขึ้นไป พร้อมกับฮัมเพลงไปด้วย แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดก็้เกิดขึ้น มันตกลงมา แต่มันก็ยังไม่ละความพยายาม มันไปถามคริสโตเฟอร์ โรบินถึงลูกโป่งสักใบหนึ่ง มันคิดจะปลอมตัวเป็นก้อนเมฆ ลอยขึ้นไป แล้วมันก็เกาะลูกโป่งลอยขึ้นไป เพื่อให้ฝูงผึ้งตายใจจริงๆ คริสโตเฟอร์ โรบิน จึงกางร่ม แล้วเดินไปมาพลางบ่นพึมพำใต้ต้นโอ๊ก พูห์ลอยขึ้นไปอย่างสบายอารมณ์ แตไม่ง่ายเสียแล้วฝูงผึ้งไม่ได้โง่อย่างที่มันคิด มันเริ่มเข้ามาหาก้อนเมฆเป็นฝูง คริสโตเฟอร์ โรบิน จึงตัดสินใจช่วยพูห์โดยยิงปืนอัดลมที่เอามาด้วย ลูกโป่งแตกตุ้บ แล้วพูห์ก็ค่อยๆ ร่วงลงมาพร้อมกับท่ายกแขนเกาะสายลูกโป่ง

               นอกจากหมีพูห์แล้วเพื่อนในป่าที่ได้รับความนิยมได้แก่ พิกเลต ทิกเกอร์ แร็บบิท และ อียอร์ ต่อมา วอลต์ดิสนีย์ ได้นำวินนี-เดอะ-พูห์ มาจัดทำและได้เปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น Winnie the Pooh (โดยไม่มีเครื่องหมายขีด) และหมีพูห์ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของดิสนีย์

เรื่องราวบางเรื่องของ Winnie-the-Pooh ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดยนักแปลนามปากกา “ต้อยติ่ง” โดยแปลบางตอนจากหนังสือหมีพูห์ทั้งสองเล่มรวมเป็นเล่มเดียว ชื่อว่า หมีปุ๊กลุกผจญภัย จัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยชมรมเด็ก

ในสำนวนแปลดังกล่าว นักแปลได้ตั้งชื่อภาษาไทยให้กับตัวละครต่าง ๆ ที่แตกต่างจากชื่อที่คุ้นเคยกันในปัจจุบัน ดังต่อไปนี้

Winnie-the-Pooh แปลเป็น หมีปุ๊กลุก

Christopher Robin แปลเป็น หนูปุ้ม

Eeyore แปลเป็น อี๋อ๋อ

 Piglet แปลเป็น หมูเล็ก

Tigger แปลเป็น เสือน้อย

Rabbit แปลเป็น กระต่าย

ต่อมาได้รับการแปลอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2535 สำนวนแปลโดย แก้วคำทิพย์ ไชย แปลหนังสือเรื่อง Winnie-the-Pooh (1926) โดยใช้ชื่อเรื่องว่า วินนี่ เดอะ พูห์ (ใส่ไม้เอก และเว้นวรรคไม่มีขีด) จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์คลาสสิก  สำนวนแปลล่าสุด แปลโดย ธารพายุ ซึ่งแปลทั้งสองเล่มเต็มฉบับ ในชื่อว่า วินนีเดอะพูห์ (แปลจากเรื่อง Winnie-the-Pooh) และ บ้านมุมพูห์ (แปลจาก The House at Pooh Corner) จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แพรวเยาวชนเมื่อปี พ.ศ. 2548

วินนี่ เดอะ พูห์  images

วินนี่ เป็นหมีที่น่ารัก ชอบกินน้ำผึ้งเป็นชีวิตจิตใจ คำที่ Pooh ชอบพูด อยู่บ่อย ๆ “ทำยังไงฉันถึงจะได้น้ำผึ้งนะ” การหิวและกินน้ำผึ้งตลอดเวลาคืองานอดิเรกของเขาล่ะ และมีผองเพื่อนเป็นสัตว์น่ารัก เป็นที่ติดอกติดใจเด็ก ๆ และผู้อ่านที่ชื่นชอบวรรณกรรมประเภทนี้ 

ทิกเกอร์Tigger

ทิกเกอร์ เสือที่ใช้หางของตัวเองกระโดดไปไหนมาไหนได้เหมือนกับสปริง ในตัวของทิกเกอร์ เต็มไปด้วยความสนุกสนานอย่างที่สุด เขามักจะแบ่งความสนุกกับเพื่อนของเขาเสมอ แต่ยกเว้นกับ แร็บบิท ที่เขาไม่ค่อยอยากจะสนุกด้วย เป็นเสือที่ชอบใช้คำพูดที่ผิดๆ ชอบโอ้อวดพูดอะไรเกินจริง เป็นตัวป่วนที่สุดในหมู่เพื่อน และชอบทำตัวเป็นผู้รู้และชอบเป็นนักสืบ

อียอร์

Eeyoreเป็นลาที่ดูซื่อๆ ไม่เคยคาดหวังอะไรจากคนอื่นและตัวเอง จึงมีแต่เพื่อนของเขาที่คอยให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ ความฝันของเขาเป็นสิ่งที่เวอร์สุดๆ การแสดงออกทางอารมณ์เมื่อดูที่สีหน้าของเขาก็จะรู้ทันทีว่าเขารู้สึกอย่างไร อียอร์ถ้าดูภายนอกก็แค่ลาสีเทาตัวหนึ่ง แต่ภายในจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความเอื้ออารี ให้ความช่วยเหลือคนอื่นด้วยความเต็มใจเสมอ และมีโอกาสทำพลาดน้อยมาก

พิกเล็ต  pigletพิกเล็ต หมูน้อยผู้อ่อนโยนและถ่อมตัว เป็นหมูที่ตัวเล็กมากแต่ใจของเขาไม่ได้เล็กด้วย เขาใจกว้างในหมู่เพื่อน พิกเล็ต ไม่ค่อยที่จะกระตือรือร้นที่จะทำอะไรซักอย่าง และชอบพูดติดอ่างในบางครั้ง กลัวในสิ่งที่ยังไม่รู้แน่ว่ามันเป็นอะไร เขารักเพื่อนๆของเค้ามากโดยเฉพาะหมีพูห์ และยังมีอารมณ์เป็นศิลปินด้วยชอบร้องเพลงและแต่งกลอนให้เพื่อนๆฟัง อาจจะเป็นเพราะมันตัวเล็ก มันจึงขี้ขลาด ขี้กลัว แต่มัรจะอุ่นใจและมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เมื่อพูห์มาอยู่ใกล้ ๆ อย่างตอนนี้

 

แร็บบิท rabbitแร็บบิท เป็นกระต่ายที่ขยันมาก เขามีที่ดินที่เขาใช้ปลูกพืชผักของเขากว่า 25 ไร่ เขาจะหวงพื้นที่นี้ที่สุด ห้ามใครเข้าใกล้ก่อนได้รับอนุญาตเด็ดขาด วันๆ เอาแต่ดูแลสวน แร็บบิท เป็นกระต่ายที่ทะนง ในความคิดของตัวเองที่สุดชอบแสดงตนเป็นผู้รู้ที่สุดและก็มักจะผิดพลาดเสมอ แต่เขาก็ยอมรับกับความผิดพลาดของเขา เป็นกระต่ายที่ตื่นตูม แต่เขาก็รักเพื่อนของเขาที่สุด

แคงก้า  kanga

แคงก้า แม่ของ รู ผู้อ่อนโยน มีจิตใจดี โอบอ้อมอารี มักจะทำอาหารให้เพื่อนคนอื่นเสมอ

รู roo

รู เป็นจิงโจ้ที่เด็กที่สุดในหมู่เพื่อนๆ เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาที่สุด สนุกไปวันๆ อยากรู้อยากเห็น การค้นพบอะไรซักอย่างเล็กๆน้อยๆคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา เป็นคนที่แสดงออกด้านความรักกับแม่ของเขาอย่างชัดเจน และมักเห็นอกเห็นใจคนอื่นเสมอ เขามีเพื่อนที่สนิทที่สุดคือลัมปี้ ซึ่งเข้ากันได้เป็นอย่างดี และก็สร้างความปวดหัวให้กับเพื่อนๆและพูห์เสมอ

คริสโตเฟอร์ โรบิน christ

เด็กชายนิสัยดี เพื่อนที่น่ารักของสัตว์ทั้งหลายในป่า 100 เอเคอร์ ผู้เป็นทื่พึ่งพิงของทุกคน อายุ 14-15 ปี

ลูงฮูกowl

ลูงฮูก นกฮูกที่อาศัยอยู่บนต้นไม้สูง อาวห์ชอบคุยเรื่องแปลกๆจนเกิดการผจญภัยขึ้นหลายครั้ง เช่น ครั้งที่ต้องไปช่วยคริสโตเฟอร์ โรบิน เพราะความเข้าผิดของลูงฮูก

เรื่องนี้นอกจากเราได้อ่านเรื่องราวของหมีขนฟูที่น่ารักที่สุดแล้ว หมีพูห์ยังมีบทเรียนหลากหลายที่สอนเรามาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพ กิริยา ทุกอย่างที่เป็นสติปัญญาของหมีพูห์

และยังได้ข้อคืดสำหรับเตื่อนใจ

ข้อคิดจากหมีพูห์
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

“นี่วันอะไรนะ” หมีพูห์ถาม
“วันนี้ยังไงล่ะ” พิกเล็ตตอบทันควัน
หมีพูห์พูดงึมงัมว่า “เป็นวันที่ฉันชอบที่สุดเลย”

ข้อความข้างต้นมาจากหนังสือสำหรับเยาวชนเรื่อง Winnie the Pooh
ช่วยสะกิดใจเราให้คิดถึงการใช้ชีวิตในแต่ละวันของตัวเราเอง

หากเรามีความพอใจในชีวิต
แต่ละวันก็เป็นวันที่ดีที่สุด
เพราะเต็มไปด้วยความสุขความพอใจ

แต่หากเรามัวแต่หงุดหงิดขุ่นเคือง
ทุกวินาทีก็เลวร้าย
และกลายเป็นวันที่แย่ที่สุดในชีวิต

แท้จริงแล้ว จะเป็นวันดีหรือวันร้าย
หาขึ้นอยู่กับสิ่งภายนอกแต่ประการเดียวไม่
แต่ขึ้นอยู่กับการวางใจของเราเอง

หากเราทำใจให้เบิกบาน
วันอันแสนจะธรรมดาเช่นวันนี้
ก็ย่อมกลายเป็นวันที่แสนดีอีกวันหนึ่ง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อคิดจากหมีใจดีชื่อหมีพูห์
ปิยสีโลภิกขุ – พระภูวดล ปิยสีโล

และยังได้ข้อคิดน่ารัก น่ารักมาอีก

 

1. พูห์ชอบออกกำลังกายในตอนเช้า โดยยกมือขึ้นและลงพื้นไปมา จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี บรรเทาอาการเครียดและช่วยให้หลับสบายขึ้น

2. ไม่ว่าคุณจะยุ่งขนาดไหนก็ตาม ลองใช้เวลาที่ที่คุณชอบไป เพราะการออกผจญภัยกับเพื่อนเป็นเรื่องที่ดี

3. อย่าเอาเปรียบเพื่อนรักของตัวเอง ผลประโยชน์อันนิดเดียวไม่สามารถเทียบได้กับการช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่

4. ชีวิตมีเรื่องน่าตื่นเต้นเยอะแยะ อย่าคิดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ควรจะมีความยืดหยุ่นและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในชีวิต

5. หาความสุขโดยการงีบบ้าง เพื่อชาร์ตพลังในยามจำเป็น

6. ชีวิตนี้ บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดคือการหายใจลึกๆ และปล่อยวางกับสิ่งที่น่ารำคาญ อย่ากังวลสิ่งที่ทำไม่ได้ แต่ให้โฟกัสสิ่งที่ทำได้

7. ใช้ชีวิตให้กลมกลืนเข้ากับธรรมชาติ

8. รักทุกคนโดยปราศจากเงื่อนไข และเป็นเพื่อนกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ มันมีความหมายมากกับสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น

9. ถ้าไม่รู้จะทำอะไร ทานอาหารมื้อเที่ยงสิ

10. ล่องลอยตามที่ต่างๆโดยวิธีที่ทำได้ เพราะว่าชีวิตมีเรื่องเครียดตลอดเวลา แต่ว่าการมองโลกในแง่ดีและผ่อนคลายไร้กังวลจะช่วยได้ดีเลย อย่ายอมแพ้นะ สุดท้ายแล้วน้ำผึ้งก็จะรอเราอยู่

11. ไม่ลืมเพื่อน เพราะเค้าคือทุกอย่างที่คุณมี

สำหรับหมีที่มีสมองเล็กน้อย หมีพูห์มักจะมีมุมมองบทเรียนหวานๆ ซึ่งอาจตรงกับชีวิตคุณ

นอกจากนี้ยังมีข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้อีกด้วย ♕… 19 บทเรียนชีวิต จาก “Winnie the Pooh” …♕  หรือ 19 Incredibly Wise Truths We Learned From Winnie The Pooh

1412154191-44-o

1. Piglet: “How do you spell ‘love’?” /Pooh: “You don’t spell it…you feel it.”

พิกเล็ต : “นายสะกดคำว่า’รัก’ได้ไงเหรอ ?” /พูห์ : “อย่าไปสะกดมันเลย แค่รู้สึกก็พอแล้ว”

2. “You are braver than you believe. Stronger than you seem. And smarter than you think.”

“นายกล้าหาญกว่าที่นายคิดเยอะนะ ลุกขึ้นมาแข็งแรงกว่าที่นายดูเป็นอยู่ และเก่งกล้ากว่าที่นายคิดสิ”

1412154470-44-o

3. “The things that make me different are the things that make me.”  

“สิ่งที่ทำให้ฉันแตกต่าง คือสิ่งที่เป็นฉันนั่นแหละ”

4. “If the person you are talking to does not appear to be listening, be patient. It may simply be that he has a small piece of fluff in this ear.”

“ถ้าเรากำลังพูดกับใครแล้วดูเหมือนเขาไม่ฟัง ก็เย็นไว้ก่อน เพราะมันอาจจะมีบางอย่างอุดหูเขาอยู่ก็ได้”

4ece6e2912bb3aff6432f3f7ca33d322_650x

 5. “If there ever comes a day when we can’t be together keep me in your heart. I’ll stay there forever.”  

“ถ้าวันที่เราไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้มาถึง เพียงแค่เก็บฉันไว้ในใจ แล้วฉันจะอยู่กับเธอตลอดไป”

6. “As soon as I saw you, I knew an adventure was going to happen.”

“ทันทีที่ฉันได้เจอกับเธอ ฉันก็รู้เลยว่าการผจญภัยกำลังจะเริ่มขึ้น”1412154343-44-o

7. “Sometimes the smallest things take the most room in your heart.”  

“บางครั้งสิ่งที่ดูเล็กๆ อาจเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ภายในใจเราก็ได้นะ”

 8. “Some people care too much. I think it’s called love.”
“การที่เราแคร์ใครมากๆ ฉันคิดว่านั่นคือความรักนะ”

1412154061-44-o

9. “Rivers know this: there is no hurry. We shall get there some day.
” แม่น้ำรู้ว่า ‘ไม่ต้องรีบหรอก เดี๋ยวเราก็ไปถึงมันเข้าซักวัน”

1412155153-44-o10. “If you live to be a hundred, I want to live to be …
a hundred minus one day so I never have to live without you.”
“ถ้าเกิดเธออยู่ได้ถึงร้อยปี ฉันก็ขออยู่ได้100ปี  ลบ 1 วัน ฉันจะได้ไม่ต้องอยู่โดยที่ไม่มีเธอ

1412155438-44-o

 11. Weeds are flowers, too, once you get to know them.”

“พอเธอได้ทำความรู้จัก วัชพืชก็เป็นดอกไม้เหมือนกัน

1412158717-44-o

12. “I think we dream so we don’t have to be apart for so long. If we’re in each other’s dreams, we can be together all the time.”

“ฉันคิดว่าที่เราฝัน ก็เพื่อที่จะไม่ต้องห่างกันนาน ๆ เพราะถ้าเราต่างก็ฝันถึงกัน เราก็อยู่ด้วยกันตลอดเวลา

untitled

13. “You can’t stay in your corner of the Forest waiting for
others to come to you. You have to go to them sometimes.”
“นายจะนั่งรออยู่ในมุมนี้ของป่า เพื่อรอให้ใครเข้ามา  หาอย่างเดียวไม่ได้นะ นายต้องออกไปหาพวกเค้าด้วย

13
 

 14. “Promise me you’ll never forget me because if I thought you would, I’d never leave.”

“สัญญาว่าจะไม่ลืมฉัน เพราะถ้าฉันคิดว่าเธอลืม ฉันคงจากไปไม่ได้”

14

 15. “A little consideration, a little thought for others, makes all the difference.” 

“ความเห็นใจ และการคิดถึงใจผู้อื่นมากขึ้นอีกนิด จะทำให้อะไร ๆ เปลี่ยนแปลงไปได้อีกเลย

15

16. “A day without a friend is like a pot without a single drop of honey left inside.”

“วันไหนที่ไม่มีเพื่อน ก็เหมือนโถที่ไม่มีน้ำผึ้งเหลืออยู่แม้ซักหยดเดียว” 

17

 18. “A day spent with you is my favourite day. So today is my new favourite day.”

“วันวานที่ฉันอยู่กับเธอ คือวันที่ฉันชอบที่สุด และวันนี้ ก็เป็นวันที่ฉันชอบที่สุดที่เกิดขึ้นอีกครั้ง”

18
 

 19. “How lucky am I to have something that makes saying goodbye so hard.” “

ฉันโชคดีแค่ไหน ที่มีอะไรก็ไม่รู้ มาทำให้ฉันบอกลาเธอยากจัง”

19

 และอ่านเรื่องแปลเป็นภาษาไทยได้
 Pooh_P
ที่่มา :
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B0-%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%AB%E0%B9%8C
 
http://news.distractify.com/mark-pygas/winnie-the-pooh/
ขอขอบคุณข้อมูลจาก blogs.disney.com
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ztona.org
Facebook Comments

 

Your Reading, Your Style

Your Reading, Your Style

child

Your Reading, Your Style   ชื่อภาษาไทย เราใช้ชื่อว่า “หนังสือที่คุณชอบ สไตล์ที่คุณอ่าน” จึงการนำหนังสือจากชั้นหนังสือที่ไม่ค่อยมีการยืม นำลงมาจากชั้นในธีมต่าง ๆ ตามที่ผู้ใช้สนใจ เพื่อให้มีการเพิ่มมูลค่าของหนังสือมากยิ่งขึ้น และช้่วยให้้มีึการอ่านหนังสือในห้องสมุดเพิ่มมากขึ้น โดยเลือกหนังสือจากความสนใจของผู้ใช้บริการเป็นหลัก จากการสอบถามและศึกษาความสนใจของผู้ใช้บริการด้วยวิธีการต่าง ๆ และการดำเนินโครงการจะเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและสังคมออนไลน์เป็นหลักในการจัดกิจกรรม เพื่อให้เข้ากับวิธีการดำเนินชีวิตของนักศึกษาซึ่งเป็นเยาวชนรุ่นใหม่ที่เน้นการให้บริการที่ทันสมัยและตรงกับความต้องการ

read1

read2

อยากให้มีภาพแบบนี้เยอะ ๆ

Facebook Comments

หนังสือที่คุณชอบ สไตล์ที่คุณอ่าน เป็นการแนะนำหนังสือที่คุณชอบอ่าน เราจะไปหยิบมาให้คุณอ่าน และจะหมุนเวียนกันไปตามความชอบและความสนใจของคุณ ในครั้งแรกนี้เราใช้ theme ว่า ” วรรณกรรม 50 เรื่องที่ต้องอ่านก่อนโต” ซึ่งมาจากคำพูดติดปากว่า “เด็กไทยไม่อ่านหนังสือ” วรรณกรรมเยาวชน จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และใช้ง่ายสำหรับเยาวชน และวรรณกรรม 50 เรื่องนี้ได้ผ่านการคัดเลือกมาแล้วว่ามีคุณค่าต่อการเสริมสร้างการเรียนรู้ของเยาวชน เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยและอุปนิสัย ‘อ่านน้อย’ ความไม่เคยชินกับการอ่านวรรณกรรมเยาวชน จึงพลาดไม่ได้ ส่งเสริมการเติบโต งอกงามทางสติปัญญาและอารมณ์ ผ่านการเรียนรู้ประสบการณ์ในบริบทอันหลากหลายของคนวัยเดียวกัน 50 เรื่องนั้น ได้แก่ โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง  เจ้าชายน้อย บ้านเล็กในป่าใหญ่ ต้นส้มแสนรัก ชาร์ล็อตต์ แมงมุมเพื่อนรัก โมโม่ จินตนาการไม่รู้จบ ติสตู นักปลูกต้นไม้ วินนี่ เดอะ พูห์ บึงหญ้าป่าใหญ่ ขวัญสงฆ์ โรงงานช็อคโกแล็ตมหัศจรรย์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก วัยฝันวันเยาว์ ตำนานแห่งนาร์เนีย ผีเสื้อและดอกไม้ สี่แผ่นดิน ลิตเติ้ลทรี ปริศนามนุษย์กลของอูโก้ กาเบรต์ ความสุขแห่งชีวิต ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน เดินสู่อิสรภาพ บันทึกลับของแอนน์ แฟร้งค์ คุณหมอนักสู้

วินนี่  เดอะ พูห์

flipped วินนี่ เดอะ พูห์

the daddy long legs

เกาะที่มีความสุขที่สุดในโลก นิกกับพิม คนตัวจิ๋ว ขนำน้อยกลางทุ่งนา คุณพ่อขายาว ในสวนลับ (ในสวนศรี) เวลาในขวดแก้ว ความสุขของกะทิ น้องแป้ง เด็กหญิงสวนกาแฟ ปรัชญาชีวิต จดหมายจากเมืองไทย เด็กกระป๋อง จดหมายจากเด็กชายช่างฝัน นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน ประคำลูกโอ๊ค แมวน้อย 100 หมื่นชาติ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ลอร์ดออฟเดอะริงส์ สถาบันสถาปนา ลูกอีสาน เพชรพระอุมา ต้นไม้ ไข่ไก่ และหัวใจหกคะเมน พันธุ์หมาบ้า
little prince

flipped

flour baby

ความลับในสวน ความลับในสวน

นิกกับพิม

นิกกับพิม

 

time in box

 

 

 

 

 

ข้อมูลจาก

http://www.m-culture.go.th/surveillance/files/835/aw_Children_Literature1.pdf

Facebook Comments

ยินดีต้อนรับสู่ Bannapanya Blog เนื่องจากได้ปรับปรุงบอร์ดเวอร์ชันใหม่ โดยสามารถกลับไปอ่านเรื่องราวจากบอร์ดเวอร์ชันเดิมได้ที่ลิงค์

board old

Facebook Comments